ธปท. สกัด บัญชีม้าเยาวชน ตั้งเพดานโอน 3,000-10,000 บาทต่อวัน เริ่มก.ย.นี้

ธปท.ยกระดับมาตรการสกัด บัญชีม้าเยาวชน จำกัดวงเงินโอนผ่านดิจิทัลของเด็กทั้งแอปแบงก์และ e-Wallet ที่ 3,000-10,000 บาทต่อวัน หลังพบบัญชีม้าเด็กเพิ่มขึ้น 70% พัวพันคดีเสียหาย 185 ล้านบาท

31 ก.ค. 69 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ธปท. , สมาคมธนาคารไทย และผู้ให้บริการทางการเงิน ได้ยกระดับมาตรการจัดการ “บัญชีม้า” ซึ่งเป็นการปรับปรุงและเพิ่มความชัดเจนจากมาตรการ Customer Profiling เดิม เพื่อรับมือกับภัยทุจริตทางการเงินที่เข้มข้นขึ้น

โดยที่ผ่านมา ผลจากความร่วมมืออย่างจริงจังของทุกภาคส่วน ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายจากภัยทุจริตทางการเงินมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปี 2567 เป็นต้นมา ไม่พบกรณีแอปพลิเคชันดูดเงินผ่าน Mobile Banking ขณะที่มูลค่าความเสียหายจากการหลอกให้โอนเงิน ปรับลดลงจากจุดสูงสุดที่ประมาณ 8,500 ล้านบาท มาอยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท ในไตรมาสล่าสุด

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการขับเคลื่อนมาตรการสำคัญหลายด้าน ทั้งระดับบุคคลและนิติบุคคล ได้แก่การบังคับใช้เกณฑ์ FRAUD Management การกำหนดเกณฑ์ Responsibility ให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการ e-Payment ร่วมรับผิดชอบหากเกิดความบกพร่องต่อหน้าที่ การเร่งรัดกำกับดูแลสถาบันการเงินให้ปฏิบัติตามเกณฑ์ การแจ้งเตือนผู้เสียหายก่อนโอนเงินซ้ำไปยังบัญชีม้า

แม้ภาพรวมความเสียหายจะลดลง แต่มิจฉาชีพได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เมื่อการเปิดหรือใช้บัญชีของผู้ใหญ่ทำได้ยากขึ้น จึงหันไปจูงใจเยาวชนที่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือหลงเชื่อค่าตอบแทน ให้เปิดบัญชีเงินฝาก ดิจิทัลแบงก์กิ้ง รวมทั้ง e-Wallet เพื่อนำไปใช้เป็นบัญชีม้า โดยที่เยาวชนไม่ทราบว่าการยินยอมให้ผู้อื่นนำบัญชีไปใช้มีความผิดทางอาญา ซึ่งส่งผลกระทบต่ออนาคตและการใช้บริการทางการเงินในระยะยาว

“มิจฉาชีพนำบัญชีเงินฝาก และ e-money ของเยาวชนไปใช้กระทำความผิดเพิ่มขึ้น ในเดือนมี.ค. 69 พบว่ามี 5,741 บัญชี เพิ่มขึ้นจาก 3,371 บัญชีในเดือนม.ค.68 หรือเพิ่ม 70.3% โดยเกี่ยวข้องกับคดีที่มีมูลค่าความเสียหายรวม 185 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเสี่ยงเข้าไปเที่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่เจตนา”

ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า ธปท. จึงร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน และได้พิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน ดังนี้

  • อายุ 10-ไม่เกิน12 ปี: บัญชี e-Money กำหนดวงเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน (กลุ่มนี้ยังไม่สามารถสมัครใช้แอปธนาคารได้)
  • อายุ 12-ไม่เกิน 15 ปี: ทั้งบัญชีเงินฝากและ e-Money กำหนดวงเงินไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน
  • อายุ 15-ไม่เกิน 18 ปี: ทั้งบัญชีเงินฝากและ e-Money กำหนดวงเงินไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน

โดยไม่รวมธุรกรรมความเสี่ยงต่ำ เช่น โอนไปบัญชีตนเองภายใน Mobile Application เดียวกัน

ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้สุจริต ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนการปรับวงเงิน และจัดให้มีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น Mobile Application คอลเซนเตอร์ และสาขา สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอปรับเพิ่มวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะทยอยปรับวงเงินตามที่กำหนดไว้ข้างต้น บัญชีเงินฝากธนาคารจะเริ่มดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ส่วนบัญชี e-Money จะเริ่มดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569

ธปท. หวังว่าการยกระดับมาตรการในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกให้นำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้าได้ และขอให้ผู้ปกครองสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นมาใช้บัญชี มีความเสี่ยงที่บัญชีจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งมีผลทางกฎหมาย ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 

ที่มา: ธปท. สกัด บัญชีม้าเยาวชน ตั้งเพดานโอน 3,000-10,000 บาทต่อวัน เริ่มก.ย.นี้ - Money & Banking Magazine

1083
วันที่ 31 กรกฎาคม 2569