เจาะลึก CLICX ปักหมุดรายแรก Virtual Bank ไทย

ในที่สุดประเทศไทยได้ยลโฉมธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank รายแรกแล้ว นั่นคือ ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ “CLICX” (คลิกซ์) ที่เข้ารับใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาจากธนาคารแห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569
โดย คลิกซ์ เกิดจาก 3 พันธมิตร ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท ไทย ทรินิตี้ โฮลดิ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เพื่อดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Holding Company และเป็นผู้ถือหุ้นหลักของ ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) โดยปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนจำนวน 5,000 ล้านบาท
19 มิถุนายน 2569 เป็นวันดีเดย์ ของ ธนาคารคลิกซ์ ที่เปิดให้บริการในฐานะ Virtual Bank รายแรกของประเทศ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและเริ่มต้นผลิตภัณฑ์แรกด้วย “บัญชีเงินฝาก” ที่ชูจุดเด่นสามารถเลือกเลขบัญชีได้
CEO คนแรก ของ
Virtual Bank แห่งแรก
สำหรับผู้นำหน้าที่นำทัพธนาคารไร้สาขาแห่งแรกในประเทศไทยเป็นคนแรก คือ สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน)
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 25 ปี ในด้านกลยุทธ์ธุรกิจการตลาดดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเงินเคยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรชั้นนำของประเทศไทยทั้งในอุตสาหกรรมธนาคาร เทคโนโลยี และดิจิทัลแพลตฟอร์ม สุพร จึงถูกวางตัวให้เป็นผู้นำทัพของคลิกซ์
ก่อนหน้านี้ สุพร ดำรงตำแหน่ง Chief Business Innovation Officer ของ Infinitas by Krungthai เป็นผู้ที่รับบทบาทในการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจและการสร้างการเติบโตผ่านช่องทางดิจิทัลของธนาคารกรุงไทย พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านจาก Mobile Banking ที่เน้นธุรกรรมไปสู่แพลตฟอร์มที่สามารถสร้างคุณค่าและโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น
นอกจากนี้ สุพร เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงด้าน CRM และการตลาดของธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ โดยมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้า พัฒนาระบบการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) และเพิ่มประสิทธิภาพการเติบโตทางธุรกิจผ่าน Data Analytics และ Digital Marketing จนสามารถยกระดับการขายและการรักษาฐานลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
สุพร เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลและระบบ CRM สมัยใหม่มาใช้ในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัล โดยเคยร่วมพัฒนาโมเดลวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและเครื่องมือการตัดสินใจทางการตลาดร่วมกับทีมวิเคราะห์ระดับโลกของ GE Money เพื่อยกระดับความสามารถในการเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแม่นยำ
มุ่งช่วยกลุ่ม Underserved
ให้เข้าถึงการเงินในระบบ
สุพรกล่าวถึงที่มาในการยื่นขอใบอนุญาตในการจัดตั้ง Virtual Bank ของพันธมิตรทั้ง 3 ว่า เนื่องจากปัจจุบันยังมีคนไทยจำนวนมากที่ระบบการเงินเดิมดูแลได้ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ เช่น ผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ กลุ่มฟรีแลนซ์ แม้บุคคลเหล่านี้จะมีศักยภาพในการสร้างรายได้ แต่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินในระบบ ส่งผลให้ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ในตลาดการเงินไทย
โดยคนไทยราว 63% ยังอยู่ในกลุ่มที่เข้าไม่ถึงหรือเข้าถึงบริการทางการเงินได้ไม่เต็มที่ ขณะที่อีกประมาณ 80% มีความสามารถในการดำรงชีวิตได้ไม่เกิน 6 เดือน หากขาดรายได้อย่างกะทันหัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือนไทย และชี้ให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ทางการเงินในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนบางกลุ่มอย่างเพียงพอ
“ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Bank in One CLICX’ ธนาคารต้องการทำให้เรื่องการเงินเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น เจตนารมณ์ของคลิกซ์คือ การสร้างธนาคารไทยที่เข้าใจชีวิตจริงของคนไทย และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตทางการเงินและ FinTech ของประเทศ ต้องการทำให้บริการทางการเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นโอกาสที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม”
อย่างไรก็ดี กลุ่มเป้าหมายของ ธนาคารคลิกซ์ มุ่งเน้นไปที่กลุ่มที่ระบบธนาคารปัจจุบันยังดูแลได้ไม่ทั่วถึง คือ กลุ่ม Unserved/Underserved กลุ่มรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างรายได้แต่ไม่มีเอกสารทางการเงินแบบดั้งเดิมมายืนยัน และกลุ่มที่ขาดความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งคลิกซ์ต้องการเข้ามาช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กลุ่มเหล่านี้
ผสานจุดแข็ง
จาก 3 พันธมิตร
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ภายใต้ระบบนิเวศของ 3 พันธมิตรหลักจะทำให้ คลิกซ์ เป็นธนาคารไร้สาขาที่เข้าใจคนไทยได้อย่างไร สุพรขยายความว่า ธนาคารกรุงไทย มีข้อมูลพื้นฐานทางการเงินและเชื่อมต่อกับฐานลูกค้าจำนวนมากจากแอปฯ “เป๋าตัง” ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 40 ล้านราย
ขณะที่ AIS มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมกว่า 46.8 ล้านเลขหมาย มีจุดเด่นในข้อมูลด้านพฤติกรรมการใช้งานมือถือและตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งสะท้อนถึงวินัยและพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้แม่นยำกว่าข้อมูลทางการเงินแบบเดิม
ส่วน OR ที่มีข้อมูลจากระบบสมาชิก (Loyalty Card) กว่า 10 ล้านราย ซึ่งจะเห็นพฤติกรรมการใช้จ่าย เช่น การเติมน้ำมัน และในธุรกิจน้ำมันมีฐานลูกค้ากว้างถึง 20-30 ราย
“หัวใจสำคัญของคลิกซ์ คือ การสร้าง Data Room ใหม่ที่เป็นการรวบรวมข้อมูลจากทั้ง 3 ฝ่ายมาวิเคราะห์ต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการ โดยต้องเป็นข้อมูลที่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลก่อนถึงจะนำมาอยู่ในนี้ได้”
สำหรับตัวอย่างความร่วมมือที่จะได้เห็นจากคลิกซ์ สุพรกล่าวว่า ในกรณีลูกค้าที่สมัครใช้งาน เมื่อเปิดบัญชีธนาคารคลิกซ์ ตามขั้นตอนการเปิดบัญชีดิจิทัลมาตรฐานเดียวกับการเปิดในแอปฯ ธนาคารแบบดั้งเดิม ลูกค้าจะสามารถยืนยันตัวตน (KYC) ผ่านแอปฯเป๋าตัง หรือ My AIS ได้เลย รวมทั้งยังมีเครือข่ายสาขาของพันธมิตรที่จะทำหน้าที่เป็นจุดยืนยันตัวตน (Identity Verification หรือ Dip-chip)ให้ลูกค้าได้ด้วย
นอกจากนี้ ในอนาคตอาจจะเห็นความร่วมมือในการจำหน่ายสมาร์ตโฟนราคาพิเศษ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเข้าถึงโทรศัพท์รุ่นที่รองรับแอปพลิเคชั่นที่มีความปลอดภัยได้ โดยสามารถใช้สินเชื่อจากธนาคารคลิกซ์ หรือการร่วมมือกับ OR ในการสนับสนุนการสร้างสินเชื่อที่ตอบโจทย์ในระบบนิเวศ (Eco System) เช่น สินเชื่อสำหรับเติมน้ำมันหรือสินเชื่อสำหรับกลุ่มไรเดอร์
สุพรกล่าวว่า หนึ่งในโจทย์หลักของ Virtual Bank คือ ส่งเสริมให้เริ่มต้นการออม ธนาคารจึงมีแนวคิดที่จะให้ผลตอบแทนกับกลุ่มผู้ฝากเงินนอกเหนือจากดอกเบี้ย เพราะแม้ธนาคารไร้สาขาจะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าออมทรัพย์ปกติของธนาคารแบบดั้งเดิมได้ แต่เมื่อคำนวณออกมาเป็นตัวเงินต่อปีแล้วถือว่าน้อยมาก และยังต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก อาจจะทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ
ดังนั้น ทีมงานของคลิกซ์จึงมีแนวคิดเปลี่ยนดอกเบี้ยเป็นสิทธิประโยชน์ในการลดค่าครองชีพ เพื่อมุ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น การให้สิทธิ์ซื้อกาแฟ หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิต ซึ่งแนวคิดนี้เป็นการนำสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรมีอยู่ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินออมของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการนำเงินมาฝากนั้นคุ้มค่ากว่าการเก็บไว้เฉยๆ หรือนำไปใช้จ่ายจนหมด
“คนไทยโดยเฉพาะในต่างจังหวัด เขาไม่ได้มีเงินมากพอที่จะเอามาใส่ธนาคาร เงิน 5,000 บาท คือเยอะมากสำหรับเขา เอามาฝากปีนึงได้ดอกเบี้ยไม่เท่าไหร่ ธนาคารมองว่า ถ้ามาฝากเงิน แต่ช่วยลดค่าครองชีพได้ เช่น ซื้อกาแฟได้ อาจช่วยดึงคนเข้าสู่ระบบการออมได้ดีกว่าการรอรับดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว”
เลขบัญชีเลือกได้
จุดต่าง Virtual Bank
สุพรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นเฟสแรกของการให้บริการของธนาคารคลิกซ์ โดยได้เริ่มชูฟีเจอร์ไฮไลต์ “เลขบัญชีเลือกได้” ที่เปิดให้จองล่วงหน้าวันที่ 2 มิถุนายน ผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง และ myAIS ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในวงการการเงินไทยที่ผู้ใช้บริการสามารถเลือกหมายเลขบัญชีธนาคารตามความต้องการของตนเองได้
หลังจากเปิดให้จองเลขบัญชีเลือกได้ กระแสตอบรับดีมาก ซึ่งการเปิดบัญชีจะไม่มีกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ แต่จะเปิดได้ 1 คนต่อ 1 บัญชีเท่านั้น ซึ่งคลิกซ์จะให้ลูกค้าเปิดกระเป๋าเงินย่อย (Pocket) ภายใต้บัญชีเดียวเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกันได้
อย่างไรก็ดี ที่มาของฟีเจอร์ “เลือกเลขบัญชีได้” เป็นไอเดียของทีมงานที่มีแนวคิดว่า ปกติแล้วหากต้องการเบอร์โทรศัพท์สวยหรือเลขทะเบียนรถสวยจะต้องเสียเงินซื้อ แต่เมื่ออยากให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเลขบัญชีที่ต้องการจึงเปิดโอกาสให้เลือกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
สุพรกล่าวอีกว่า ในเชิงเทคนิค การเปิดให้เลือกเลขบัญชีได้ คือสิ่งที่ทำให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างธนาคารดั้งเดิมและ Virtual Bank เพราะธนาคารดั้งเดิม ระบบการรันเลขบัญชีจะถูกล็อกไว้ด้วยเงื่อนไขทางกายภาพ โดย 2-3 ตัวแรก ของเลขบัญชีธนาคารดั้งเดิมมักจะเป็น “รหัสสาขา” ที่ระบุว่า เปิดบัญชีที่สาขาใด หรือเลขที่ระบุว่า เป็นบัญชีประเภทใด ทำให้ระบบไม่สามารถให้อิสระแก่ผู้ใช้งานในการสุ่มเลือกตัวเลขหรือจัดชุดตัวเลขตามความต้องการได้
แต่ Virtual Bank โครงสร้างระบบถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด และไม่ต้องมีรหัสสาขาทางกายภาพ เพราะเป็นธนาคารที่ไม่มีสาขา ทีมงานจึงสามารถทำระบบหลังบ้านให้เปิดกว้าง จนทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาและจัดชุดตัวเลขที่ต้องการได้
ทั้งนี้ ธนาคารได้ส่งแคมเปญพิเศษ “CLICX Save Max 4%” เงินฝากอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 4% ต่อปี สำหรับเงินฝากยอด 20,000 บาทแรก นาน 3 เดือน นับจากวันเปิดพ็อกเก็ตเก็บเงิน (ยอดเงินส่วนที่เกิน 20,000 บาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี) โดยมีความยืดหยุ่นสูง สามารถฝากหรือถอนเมื่อใดก็ได้ ธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยทุกสิ้นวันและจ่ายดอกเบี้ยในทุกต้นเดือนถัดไป ซึ่งแคมเปญนี้จะจำกัดสิทธิ์เฉพาะ 100,000 พ็อกเก็ตแรกเท่านั้น
เตรียมปล่อยสินเชื่อ
ใช้ข้อมูลทางเลือกพิจารณา
สุพรกล่าวว่า หลังจากเริ่มบริการแรกคือเงินฝากแล้ว จากนั้นจะตามด้วยบริการสินเชื่อ โดยจะทยอยออกมา เนื่องจากต้องการการันตีความแน่นอนว่าระบบจะไม่เกิดการหน่วงหรือล่มเมื่อมีผู้ใช้งานเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก
สำหรับการให้สินเชื่อ ธนาคารคลิกซ์ มีแนวทางที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลทางเลือกเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารเดิมเข้าไม่ถึง โดยธนาคารเน้นกลุ่มคนที่ไม่มีสลิปเงินเดือนหรือกลุ่มรายย่อย โดยคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อในวงเงินเฉลี่ยประมาณ 10,000 กว่าบาท ซึ่งต่ำกว่าสินเชื่อบุคคลทั่วไปของธนาคารพาณิชย์ที่จะอยู่ที่ประมาณ 40,000-50,000 บาท
“ธนาคารมุ่งหวังที่จะช่วยประเทศลดปัญหาหนี้นอกระบบ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) โดยคาดว่าจะสามารถมีลูกค้า 1 ล้านคน ในปีแรก”
โดยผลิตภัณฑ์สินเชื่อของคลิกซ์จะมีอัตราดอกเบี้ยแบบยืดหยุ่น ดอกเบี้ยจะปรับเปลี่ยนตามวัตถุประสงค์การใช้เงิน เช่น หากกู้ไปจ่ายค่าเทอม หรือค่าน้ำ-ค่าไฟ ดอกเบี้ยจะถูกกว่าการกู้ไปซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย โดยความรวดเร็วในการอนุมัติที่เป็นระบบ Core Banking แบบใหม่และเทคโนโลยี AI ที่ทำให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วภายในไม่เกิน 5 นาที
ส่วนเรื่องการตามหนี้และการบริหารจัดการหนี้ ธนาคารจะให้ความสำคัญกับการคัดกรองตั้งแต่ต้น หากตัดสินใจปล่อยกู้ แสดงว่าระบบได้ประเมินความเสี่ยงมาแล้ว ส่วนการติดตามหนี้ ธนาคารนำ AI มาใช้ในการโทรติดตามหนี้แทนพนักงานในช่วงเริ่มต้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนและสามารถติดตามสถานะได้แม่นยำว่าใครรับสายหรือมีพฤติกรรมอย่างไรในการชำระคืน
สำหรับหนี้ที่ค้างชำระนาน หรือมีความซับซ้อน จะมีการส่งต่อให้บริษัทรับจ้างติดตามหนี้ (Outsource) ดำเนินการต่อตามมาตรฐานธนาคาร โดยทุกอย่างต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันปัญหาการติดตามหนี้ที่ไม่เหมาะสม
“เป้าหมายระยะยาวของคลิกซ์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น Virtual Bank รายใหม่ของประเทศไทย แต่คือการสร้างแพลตฟอร์มทางการเงินที่ยั่งยืน เพื่อยกระดับ Financial Well-being หรือสุขภาวะทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย ช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม และขับเคลื่อนทุกคนให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในอนาคต”
ที่มา: เจาะลึก CLICX ปักหมุดรายแรก Virtual Bank ไทย - Money & Banking Magazine