กราบหลวงปู่กลอง ขอพรค้าขาย วัดเทพจันทร์ลอย

วัดเทพจันทร์ลอย เป็นวัดโบราณตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดนี้ชาวบ้านเรียกว่า “วัดนอก” ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่าวัดน่าจะเจริญรุ่งเรืองมากในยุคนั้น และคงจะร้างไปเมื่อสิ้นกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พ.ศ.2315 ราษฎรชาวนครหลวงได้บูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โดยใช้ชื่อวัดเทพจันทร์ลอยตามเดิม และได้พระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งล่าสุดเมื่อพ.ศ. 2320

อุโบสถ

ไฮไลท์วัดเทพจันทร์ลอย ได้แก่ อุโบสถกว้าง 8 เมตร สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาที่ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแฝงปริศนาธรรม เรื่องในไตรภูมินรก-สวรรค์ และยังมีเนินโบราณ 2 เนินในวัด

ตำนานแผ่นหินเทพจันทร์ลอย

เรื่องราวตำนานเทพจันทร์ลอยนั้น มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า ครั้ง เมืองอโยธยาเป็นราชธานีไม่ปรากฏว่าเป็นปีพ.ศ.ใด ได้เกิดมีโรคห่าลง ระบาดเป็นเหตุให้ประชาชนล้มตายลงดุจใบไม้ร่วง เมืองอโยธยาเกือบกลายเป็นเมืองร้าง ข่าวแพร่สะพัดไปถึงเมืองเหนือ จึงเป็นเหตุให้ฤๅษีที่จำศีลภาวนาอยู่ ณ เมืองเขลางค์นคร ทราบข่าว จึงได้มีการตกลงกันมอบให้ฤๅษีผู้ทรงวิทยาคุณในทางสรรพคุณยา 5 ตนด้วยกัน ต่างแยกย้ายกันไปเก็บว่านยาต่างๆ มากองสุมรวมกัน แล้วช่วยกันเสกว่านยาเหล่านั้น ด้วยอำนาจฌานสมาบัติของฤๅษีผู้ทรงวิทยาคุณเหล่านั้น

ยาที่นำมารวมสุมกันนั้นได้กลายเป็นแผ่นหินลักษณะกลมแบน ฤๅษีผู้เป็นประธานจึงอธิษฐานให้ลอยน้ำล่องลงมาจนถึงเมืองอโยธยา ระหว่างทางน้ำได้เซาะเอาว่านยาในแผ่นหินละลายไหลลงมาด้วย ประชาชนพลเมืองแห่งเมืองอโยธยาก็ได้พากันอาบกินน้ำผสมว่านยาจากหินลอยนั้นแล้ว อาการเจ็บไข้ก็เหือดหายคลายลงดั่งปลิดทิ้ง ครั้นหินลอยแผ่นนั้นได้ไหลลงสู่วังวนระหว่างวัดใหม่และวัดนครหลวง ประชาชนได้เห็นเป็นมหัศจรรย์ที่แผ่นหินลอยได้ จึงบวงสรวงอัญเชิญขึ้นที่วัดเทพจันทร์ลอย ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของวัดนครหลวง แล้วพากันเรียกขนานนามว่า “เทพจันทร์ลอย”

เมื่ออัญเชิญไว้ในที่อันควรแล้ว เป็นที่ศรัทธานับถือกันต่อๆ มา ใครเมื่อมีอาการป่วยไข้ต่างก็จะพากันไปกราบไหว้เอาน้ำมาราดรดไปที่แผ่นหินเทพจันทร์ลอย แล้วรองรับน้ำไปรับประทานต่างยา ก็พากันหายป่วยไข้จนหมดสิ้น เทพจันทร์ลอยจึงเป็น ที่เคารพบูชาของประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียงสืบต่อมาจนทุกวันนี้

ในสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระราชดำริ จะหาของศักดิ์สิทธิ์และโบราณวัตถุเพื่อนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดเบญจมบพิตร เทพจันทร์ลอยก็ได้ถูกนำมาในครั้งนั้นด้วย แต่ได้ชะลอไปไว้ที่วัดราชประดิษฐ์พลางก่อน ต่อมาทรงนิมิตว่าเทพจันทร์ลอยไม่ปรารถนาจะอยู่ที่กรุงเทพฯ จะขออยู่ ณ ที่แห่งเดิม เมื่อเป็น ดังนั้น พระองค์จึงทรงโปรดให้นำใส่เรือกลับมา และได้เอาไว้ที่วัดนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยามาจนถึงทุกวันนี้

หลวงปู่กลอง อินทวํโส พระเกจิแห่งเมืองกรุงเก่า

หลวงปู่กรองยอดพระเกจิแห่งเมืองกรุงเก่าท่านเป็นพระร่วมสมัย หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ตลอดเวลาที่ท่านดำรงขันธ์อยู่ไม่เคยสร้างเหรียญรูปเหมือนเลยทำเฉพาะตะกรุดและพระเครื่องเนื้อผงซึ่งท่านโด่งดังมากทางด้านนี้ในสมัยก่อน ท่านมีศิษย์ที่เรียนวิชาจากท่านคือหลวงพ่อฟัก วัดบันได อ.นครหลวง จ.อยุธยา วัตถุมงคลของท่านมีพุทธคุณเด่นเรื่องโภคทรัพย์เมตตาค้าขาย ว่ากันว่าท่านสำเร็จวิชาจินดามณี สามารถเรียกปลาให้มาประชุมกันที่ท่าน้ำของวัดได้ ดังนั้นจึงเชื่อกันว่าวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นมานั้น ย่อมถูกปลุกเสกขึ้นด้วยมนต์จินดามณี ผู้ใดได้ครอบครองจะมีทรัพย์สินเงินทองไม่ขาดมือเหมาะสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายหรือเป็นเจ้าของกิจการต่างๆ เป็นพิเศษ ซึ่งหากได้มากราบรูปหล่อท่าน ชาวบ้านก็นิยมขอพรแคล้วคลาด ทำมาค้าขายคล่องมือ

วัดเทพจันทร์ลอยอยู่ใกล้ๆ กับวัดนครหลวง สามารถเข้าไปกราบขอพรเทพจันทร์ลอยองค์จริงได้ที่วัดนครหลวงต่อได้ไม่ยาก หรือจะมาดูดวง ทำบุญกับหลวงพ่อไพโรจน์ ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่นิยมกันมาก แนะนำให้ติดต่อจองคิวกับทางวัดก่อนค่ะ

ที่อยู่ : ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13260
Google map : https://maps.app.goo.gl/A9uDFohVYC5acvGw9
เวลาเปิด – ปิด : 07.00 น. – 17.00 น.

แหล่งที่มา : https://mthai.com/travel/ayutthaya/389249.html

117
วันที่ 21 พฤษภาคม 2568