แบงก์ครึ่งปีกำไร1.1แสนล. ‘นิม’ กดดัน-พิษดอกเบี้ย ‘ขาลง’

“10แบงก์” กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 69 รวม 1.1 แสนล้าน ลดลง 5.5% จากปีก่อน “ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ” กดดัน หลังดอกเบี้ยเป็นขาลง “บล.พาย” มองครึ่งหลังคาดกำไรลดลง หลังฐานรายได้สูง

ออกมาครบแล้วสำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคาร 10แบงก์ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กลุ่มบริษัทเอสซีบีเอกซ์ (SCB) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (TTB) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กลุ่มการเงินทิสโก้ (TISCO) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT)

โดยรวมกำไร “10แบงก์” ในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 54,125 ล้านบาท ลดลง 3.2% จากไตรมาสที่ผ่านมา

ขณะที่ครึ่งปีกำไรโดยรวมอยู่ที่ 110,069 ล้านบาท ลดลง 5.5%จากปีก่อนที่กำไรอยู่ที่ 116,451 ล้านบาท

ด้านสำรองหนี้โดยรวมไตรมาส 2 อยู่ที่ 46,540 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% และรอบครึ่งปีอยู่ที่ 93,209 ล้านบาทลดลง 2.0% สำหรับภาพรวมหนี้เสีย (NPL )ไม่รวมไทยเครดิต ล่าสุดรวมอยู่ที่ 337,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากสิ้นปีที่ผ่านมา

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย จำกัด กล่าวว่า ในแง่ของผลประกอบการของกลุ่มธนาคาร ถือว่าออกมาดีเกินคาดสำหรับบางแบงก์ เช่น KKP และ TTB ซึ่งถือว่าทำผลงานได้โดดเด่นมาก ขณะที่ธนาคารที่มีผลงานตามคาดเช่น Tisco และ KBANK

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดในรอบนี้คือรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยโดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน ซึ่งเติบโตดีต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 แล้วปัจจัยหลักมาจากวอลุ่มการซื้อขายในตลาดที่อยู่ในระดับสูงมาก ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมยังคงทำผลงานได้ดี แม้ว่าอาจจะมีความผันผวนบ้าง แต่ความผันผวนนั้นกลับส่งผลดีต่อผลประกอบการในภาพรวม

สำหรับ ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM เริ่มเห็นสัญญาณการทรงตัวหรือลดลงในอัตราที่น้อยลง ซึ่งถือว่าเริ่มนิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่แม้ NIM จะเริ่มนิ่งแต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้กำไรในภาพรวมลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับทิศทางกำไรกลุ่มแบงก์ครึ่งปีหลังคาดว่ากำไรทั้งกลุ่มน่าจะลดลง ทั้งไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปีนี้สาเหตุสำคัญมาจากฐานรายได้ของธุรกิจตลาดทุนในปีที่แล้วที่อยู่ในระดับสูงมาก ทำให้การเติบโตเมื่อเทียบปีต่อปีในครึ่งปีหลังมีโอกาสลดลงแม้จะไม่ใช่การลดลงที่รุนแรงมากนัก

อย่างไรก็ตามมองบวกต่อปีหน้า โดยคาดว่ากำไรของกลุ่มแบงก์จะกลับมาเป็นบวกและเติบโตได้ประมาณ 3-5% ปัจจัยบวกสำคัญคือความเชื่อที่ว่า NIM ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและสินเชื่อมีแนวโน้มที่จะเติบโตปีหน้า

ซึ่งจะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนการตั้งสำรองกลับมาเป็นบวกอย่างโดดเด่น โดยมีการเติบโตของรายได้เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ทั้งจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียม

สำหรับคำแนะนำการลงทุนในกลุ่มธนาคาร คุณธนเดชแนะนำให้ซื้อใน 3 หุ้นเด่น คือ BBL, KBANK และ KKPจากอัตราเงินปันผลที่จูงใจขณะที่มูลค่าหุ้น (Valuation) ยังไม่แพงจนเกินไป นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าในปีหน้าธนาคารเกือบทุกตัวจะกลับมาเติบโตได้

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 27,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,635 ล้านบาท หรือ 6.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าผลประกอบการพื้นฐานยังเติบโตได้ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 63,390 ล้านบาท ลดลง 6,690 ล้านบาท หรือ 9.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้า ส่งผลให้ NIM ลดลงมาอยู่ที่ 2.91% จาก 3.36%

ขณะเดียวกัน กสิกรไทยสามารถชดเชยแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยด้วยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น โดยมีแรงสนับสนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง การให้บริการประกันภัย และรายได้จากการลงทุน สะท้อนการปรับโครงสร้างรายได้ให้มีความหลากหลายมากขึ้น

ส่วนการบริหารความเสี่ยง กสิกรไทยยังตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง โดยครึ่งปีแรกตั้งสำรอง 19,842 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนและมี Credit Cost 1.58% อยู่ในกรอบเป้าหมายปี 2569 ที่ 1.40-1.60%

สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ หนี้เสียล่าสุดอยู่ที่ 3.18% ธนาคารยอมรับว่าต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนและความเสี่ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบีเอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 11,117 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน โดยมีแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้น และรายได้จากการลงทุนและการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิลดลง 13.1%

โดยจุดแข็ง SCBX คือโครงสร้างธุรกิจที่มีความหลากหลาย ประกอบด้วยธุรกิจธนาคาร หรือ Gen 1 ธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อรายย่อย หรือ Gen 2 และธุรกิจแพลตฟอร์มและเทคโนโลยี หรือ Gen 3

ซึ่งช่วยสร้างแหล่งรายได้หลายทางและลดการพึ่งพารายได้ดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว ไตรมาส 2 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 10.2% จากปีก่อน สอดคล้องกับแรงกดดันต่อ NIM หลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปี 2568-2569 ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อยังทรงตัวจากสิ้นปีที่ผ่านมา สะท้อนแนวทางการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบ

ในทางกลับกัน รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่นๆเพิ่มขึ้น 14.8% จากปีก่อนมาอยู่ที่ 11,365 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตต่อเนื่องจากการผสานความร่วมมือระหว่างบริษัทในกลุ่ม หรือ Group Wealth Synergy รวมถึง SCB WEALTH by CardX และการขยายทางเลือกการลงทุนทั่วโลกผ่าน InnovestX

ขณะที่รายได้จากการลงทุนและการค้าอยู่ที่ 2,552 ล้านบาท ลดลง 21.2% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นถึง 349.1% จากไตรมาสก่อน จากกำไรพอร์ตการลงทุนของธนาคารที่ปรับตัวดีขึ้น

 

ที่มา: แบงก์ครึ่งปีกำไร1.1แสนล. ‘นิม’ กดดัน-พิษดอกเบี้ย ‘ขาลง’

739
วันที่ 22 กรกฎาคม 2569