'ไทย' จะกลับมาอยู่ใน 'โฟกัสโลก' ได้หรือไม่? นับถอยหลัง 90 วัน สู่เวที IMF-WBG

เหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 90 วัน สำหรับการก้าวเข้าสู่โค้งสุดท้ายของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่เปรียบเสมือน “โอลิมปิกด้านเศรษฐกิจและการเงินโลก” โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความพร้อมในการเตรียมการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่จะมีขึ้นในเดือนต.ค.นี้
นายเอกนิติ ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือการดึงประเทศไทยให้กลับมาอยู่ภายใต้สปอตไลต์หรือ “ในโฟกัสโลก” อีกครั้ง ในฐานะ 1 ใน 3 ประเทศที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกนี้เป็นครั้งที่สอง ซึ่งจะมีผู้นำทางเศรษฐกิจ การเงิน และซีอีโอบริษัทระดับโลกจาก 191 ประเทศ รวมกว่า 15,000 คน ตบเท้าเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ไทยมุ่งมั่นที่จะเซตวาระสำคัญของโลกผ่าน 4 ประเด็นหลัก เพื่อเป็นต้นแบบในการออกแบบนโยบายเศรษฐกิจยุคใหม่ ประกอบด้วย
1. ดิจิทัลและเอไอ (Digital & AI) โดยจะชูโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เข้มแข็งอย่างระบบ Promptpay และระบบการจ่ายเงินตรงถึงประชาชน รวมถึงโครงการ “นกกระซิบ” ที่สอนพ่อค้าแม่ค้าใช้เอไอเพื่อยกระดับศักยภาพ
2. เศรษฐกิจที่เชื่อมโยง (Connected Economy) วางตำแหน่งไทยเป็นจุดเชื่อมต่อในโลกที่กำลังแตกขั้วและโซ่อุปทานที่ผันผวน
3. สังคมสูงวัยและสุขภาวะ (Aging Society & Wellness) เปลี่ยนภาระทางการคลังให้เป็นโอกาสทางธุรกิจผ่าน Wellness สมุนไพร และมวยไทย
4. การเปลี่ยนผ่านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy Transition) โดยมุ่งเน้นเรื่องการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานราคาสูง
ทั้งนี้ นายเอกนิติกล่าวว่า สิ่งที่ประเทศไทยจะนำเสนอต่อสายตาโลกไม่ใช่เพียงแค่แผนงานธุรกิจ แต่คือการใช้ “ศาสตร์แห่งพระราชา” และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือ Sufficiency Economy ที่ดำเนินมาต่อเนื่องกว่า 70 ปี มาเป็น “ต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยจะมีการจัดสรรพื้นที่ "Thailand Pavilion" เพื่อโชว์ผลงานการพัฒนาที่มุ่งเน้นการให้พลังแก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่โลกกำลังมองหาในการออกแบบนโยบายเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน
สำหรับผลประโยชน์ที่ประเทศและคนไทยจะได้รับนั้น งานนี้จะเป็นการเปิดประตูโอกาสครั้งสำคัญ ทั้งการสร้างเครือข่ายธุรกิจกับซีอีโอระดับโลก และการนำสินค้าพื้นถิ่น เช่น ผ้าไทยจากทุกภูมิภาค และอาหารไทย ขึ้นสู่เวทีระดับโลกเพื่อให้เป็นที่รู้จักและต่อยอดในอนาคต
นายเอกนิติระบุทิ้งท้ายว่า เหนือสิ่งอื่นใด การจัดงานในครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจครั้งสำคัญให้แก่เด็กและเยาวชนไทย เช่นเดียวกับการจัดงานครั้งแรกในอดีตที่เคยสร้างพลังให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจงานด้านการเงินระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคตสืบต่อไป
ที่มา: 'ไทย' จะกลับมาอยู่ใน 'โฟกัสโลก' ได้หรือไม่? นับถอยหลัง 90 วัน สู่เวที IMF-WBG