“ชาดา” แฉระบบราชการ สูตรพิสดารขายตำแหน่ง แลกเก้าอี้ “ผู้บริหาร”
“ชาดา” ฉะยับกลางที่ประชุมงบฯ ปี‘70 ซัด “ก.พ.-ก.พ.ร.” ซุกขยะใต้พรม ปล่อยราชการไทยโตเป็นดอกเห็ด แฉขบวนการ “ขายตำแหน่ง” เอาสายปฏิบัติการไปแลกเก้าอี้ “บริหาร” ทำงบฯ บำนาญ-เงินเดือน-ค่ารักษาพยาบาลบานปลาย ไร้คนทำงานจริงๆ พร้อมจี้หยุดเช่ารถหรูราคาแพงเกินเหตุ

วานนี้ (6 ก.ค.69) ที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงปัญหาโครงสร้างระบบราชการและการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน โดยพุ่งเป้าไปที่หน่วยงานบริหารงานบุคคลของรัฐอย่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
“ผมก็ไม่รู้จะถาม ก.พ. หรือ ก.พ.ร. ดี แต่บอกให้ท่านรู้ว่าวันนี้ สิ่งที่ท่านทำที่เขาบอกว่าจะลดข้าราชการ ผมฟังมาตั้งแต่ผมเป็นวัยรุ่นจนแก่แล้วนะครับ ก็ไม่เห็นลด มีแต่เพิ่ม เพิ่มเงินเดือนก็เพิ่ม”
นอกจากนี้ แม้ในปัจจุบันจะมีการปรับเงื่อนไขข้าราชการบรรจุใหม่ว่าไม่ต้องมีบำเหน็จบำนาญ หรือไม่มีสิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลเดิม แต่สุดท้ายประเทศไทยก็ยังก้าวสู่ดักเดิม ๆ อยู่ดี พร้อมเสนอแนะว่าควรสั่งหยุดการขยายอัตราตำแหน่งได้แล้ว
โดยปัญหาภายในโครงสร้างราชการที่มีการนำตำแหน่งระดับปฏิบัติการไปแลกเป็นตำแหน่งระดับบริหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาระงบประมาณของประเทศอย่างมหาศาล
“อย่างกรณีที่ใช้ข้าราชการชั้นปฏิบัติการ ไปแลกเอาตำแหน่งใหญ่โต เป็นตำแหน่งผู้บริหาร กลายเป็นตำแหน่งผู้บริหาร ก็ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ มากขึ้น ค่ารักษาพยาบาล กับเงินเบี้ยบำเหน็จบำนาญ รวมกัน 4-5 แสนล้าน งบประมาณตรงนี้รวมกับเงินเดือนก็เป็นล้านๆ แล้ว วันนี้เราซุกขยะอยู่ใต้พรม”
ขณะเดียวกัน จำนวนปลัดอำเภอ ตามอำเภอที่ขณะนี้ปลัดอำเภอต้องทำทุกอย่าง เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยไปตำแหน่งผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ 4 คน 5 คน แต่ละจังหวัด ซึ่งถามว่ามันเกิน เกินกับระบบงานที่จะทำ ส่วนงานที่ปฏิบัติการก็ขาดแคลน มีแต่ผู้บริหาร ไม่มีผู้ปฏิบัติการ เพราะจากการที่ขายตำแหน่ง โดยการนำเอาตำแหน่งระดับปฏิบัติการรวมๆ กัน 20-30 ตำแหน่งมารวมแล้วมาแลกกับตำแหน่งบริหาร ซึ่งถือว่าอันตรายมหาศาล
นายชาดา ย้ำว่าการกระทำในลักษณะนี้ทำให้สิทธิ์ในการเบิกจ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นขยะที่ซุกอยู่ใต้พรมโดยการทำงานของ ก.พ. และ ก.พ.ร. ที่สร้างปัญหาขึ้นมาแทนที่จะลดขนาดองค์กรลง จนทำให้โครงสร้างราชการไทยในปัจจุบันบิดเบี้ยว
“กลับกลายเป็นเหมือนวันนี้ราชการไทยเหมือนดอกเห็ด บานอยู่ข้างบนนะครับ เหมือนอย่างที่เขาพูดกับอเมริกาที่ว่า ถ้าขว้างก้อนหินไปเนี่ย ต้องโดนหัวนายพลแน่นอน เพราะว่านายพลเยอะเหลือเกินนะ เช่นเดียวกันกับประเทศไทยที่วันนี้ฝ่ายบริหารมาก ฝ่ายปฏิบัติการน้อย เพราะเหตุจาก ก.พ. เป็นผู้สร้างปัญหา แล้ว ก.พ. ไปอนุญาตให้มาแลกตำแหน่งได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจ“
นอกเหนือจากเรื่องกำลังพลแล้ว นายชาดายังได้อภิปรายตำหนิถึงการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนของยานพาหนะและอาคารสิ่งก่อสร้างของรัฐที่ยังขาดการคำนึงถึงความคุ้มค่าและสิ่งแวดล้อม โดยระบุถึงเรื่องรถส่วนกลางของหน่วยงานราชการ
“ไม่รู้จะพูดกับใครเหมือนกันนะ รถเนี่ย รถที่เช่าทำไมยังใช้น้ำมันอยู่ อย่างในกรุงเทพฯ ข้าราชการในกรุงเทพฯ วันนี้ถ้าใช้รถไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้า รับรองได้ PM 2.5 ลดลงแน่นอน แต่ไม่มีใครนึกถึงเรื่องนี้ บอกกี่ครั้งบอกกี่หนแล้ว”
พร้อมกันนี้ นายชาดาได้เล่าถึงประสบการณ์ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งก่อสร้างว่า ตนพยายามผลักดันให้การสร้างอาคารรัฐบาลหันมาติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์ เนื่องจากหน่วยงานราชการใช้งานเฉพาะเวลากลางวันซึ่งมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังได้ตำหนิเรื่องงบประมาณการเช่ารถยนต์ของภาครัฐที่สูงเกินความจำเป็น
“รถตอนนี้ปีนึงเกือบหมื่นล้านแล้วนะที่รัฐต้องเสียทุกหน่วยงาน ให้กับการเช่ารถ และก็เป็นการเช่าที่แบบบาง บางอย่างก็ราคาแพงเกินเหตุ แล้วบางอย่างก็มันหรูหราเกินไปอ่ะนะ เบนซ์ 300 อะไรก็ไม่รู้ครับ”
ในช่วงท้ายของการอภิปราย นายชาดาได้ส่งสัญญาณเตือนและฝากข้อเรียกร้องอย่างจริงจังไปถึงสำนักงาน ก.พ. ว่าหากยังไม่มีการปรับปรุงการทำงานและเพิ่มความเด็ดขาด ระบบราชการไทยจะยิ่งประสบปัญหาหนักขึ้นเรื่อยๆ
“ก.พ. ต้องปรับตัวเองใหม่ครับ ท่านต้องเข้มแข็งมากกว่านี้ ท่านต้องเด็ดขาดมากกว่านี้ ถ้าท่านยังปล่อยอย่างนี้ การเพิ่มข้าราชการที่ไม่มีความจำเป็น วันนี้มันกลายเป็นว่าคนกับงานไม่ตรงกัน ก็ฝากท่านไว้ด้วยครับ”
ที่มา : “ชาดา” แฉระบบราชการ สูตรพิสดารขายตำแหน่ง แลกเก้าอี้ “ผู้บริหาร” » อีจัน