สภาฉลุยงบปี 70 ‘เอกนิติ’ ลั่นผ่าตัดคลัง หวั่นกู้เพิ่มประเทศพัง ด้าน ‘เท้ง’ ซัดเละจัดงบเอื้อนายทุน

ผ่านฉลุยสภาฯ มีมติ 288 ต่อ 119 รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 วาระแรก ตั้ง กมธ. 72 คนรื้อรายจ่าย ขุนคลัง ‘เอกนิติ’ ลั่นเดินหน้าผ่าตัดโรคงบขาดดุลเรื้อรัง เตือนกู้เพิ่มเสี่ยงประเทศพัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 1 ก.ค. 2569 ณ อาคารรัฐสภา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเสียงข้างมาก 288 ต่อ 119 เสียง และงดออกเสียง 86 เสียง ให้ความเห็นชอบรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระแรก ภายหลังจากการอภิปรายมาราธอนอย่างดุเดือดตลอด 3 วัน 3 คืน โดยที่ประชุมได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวน 72 คน เพื่อพิจารณาปรับแก้และหั่นงบประมาณจากหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น

บรรยากาศการอภิปรายสรุปภาพรวมเป็นไปอย่างดุเดือด โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ขึ้นอภิปรายโจมตีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ว่า ไม่ตอบโจทย์วิกฤตการคลังของประเทศและไม่ได้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต พร้อมทั้งแฉว่า มีการจัดสรรเม็ดเงินผิดที่ โดยพุ่งเป้าไปที่โครงการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมาบางกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในรัฐบาลสีน้ำเงิน รวมถึงมีการหลีกเลี่ยงไม่ใช้เงินในงบประมาณ แต่หันไปใช้ช่องทางพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของสภาฯ

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า  รัฐบาลทราบดีว่าประเทศเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งเศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ รัฐบาลจึงตั้งเป้าภายใน 4 ปี ประเทศไทยจะกลับมาติดอันดับ 20 เศรษฐกิจโลก และต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้โตมากกว่า 3% ซึ่งหากรัฐบาลไม่ตั้งเป้าให้ชัดเจนร่วมกับเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศ ประเทศก็จะถดถอยไปเรื่อย ๆ

“ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันแพง ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ตัวเลขที่เคยเกินดุลกลับขาดดุลเกือบ 500,000 ล้านบาท หากไม่เร่งแก้ไขการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ท่ามกลางสถาการณ์ที่ไม่รู้ว่าสงครามในตะวันออกกลางจะจบลงเมื่อใด ก็จะทำให้ค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้น บัญชีเงินสะพัดหรือรายได้เงินตราต่างประเทศกลับมาขาดดุล”

ดังนั้น รัฐบาลจึงตัดสินใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อแก้วิกฤตปากท้อง และนำ AI ไปสอนผู้ประกอบการให้ใช้คำนวณราคาต้นทุนสินค้า ทำบัญชีอย่างง่าย เพื่อวิเคราะห์รายได้และนำบัญชีไปกู้เงินภาครัฐเพื่อแก้หนี้นอกระบบ ดังนั้น โครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อช่วยคนไทยตัวเล็กตัวน้อย พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย พร้อมการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ให้ประชาชนใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น

นายเอกนิติ ยอมรับว่า สถานการณ์การคลังของไทยในขณะนี้อยู่ในภาวะตึงตัว รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเน้นรักษาวินัยการคลังอย่างเข้มงวด ซึ่งในปีงบประมาณนี้ได้มีการตัดลดงบลงทุนลงไปถึง 70,000 ล้านบาท เนื่องจากประเทศไม่สามารถกู้เงินได้มากกว่านี้แล้ว เพราะอาจทำให้เกิด “วิกฤตการคลังซ้อนวิกฤต” จนประเทศอาจถึงขั้นพังทลายได้

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ ยืนยันว่าตนมีความตั้งใจที่จะเข้ามา “ผ่าตัดและรักษาโรคงบประมาณขาดดุลเรื้อรัง” โดยในปีนี้ได้เริ่มนำร่องลดการขาดดุลจาก 4.4% ของ GDP ให้เหลือ 3.9% และมีแผนระยะปานกลางที่จะกดตัวเลขการขาดดุลให้ต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานโลก

สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น รัฐบาลได้เตรียมแผนแก้ปัญหาระยะสั้นและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการไทยช่วยไทยพลัสเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย การนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ต้นทุน รวมถึงส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ด้านทรัพยากรน้ำ และระบบสมาร์ทกริดด้านพลังงานสะอาด โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายใหญ่ท้าทาย ว่าภายใน 4 ปี ประเทศไทยจะต้องกลับมาติดอันดับ 1 ใน 20 ของเศรษฐกิจโลกให้ได้ พร้อมผลักดันศักยภาพการแข่งขันให้เติบโตมากกว่า 3% ขึ้นไป

ที่มา : สภาฉลุยงบปี 70 ‘เอกนิติ’ ลั่นผ่าตัดคลัง หวั่นกู้เพิ่มประเทศพัง ด้าน ‘เท้ง’ ซัดเละจัดงบเอื้อนายทุน » อีจัน

214
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569