5 เทคนิคใช้มือถือช่วงหน้าฝนให้ปลอดภัย ทั้งเครื่องและตัวคุณเอง

เข้าสู่ช่วงหน้าฝนทีไร สิ่งที่หลายคนกังวลนอกจากรถติด เสื้อผ้าเปียก และการเดินทางลำบาก ก็คือ มือถือคู่ใจจะโดนน้ำหรือเสียหายหรือไม่ เพราะทุกวันนี้สมาร์ตโฟนไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสื่อสาร แต่ยังเป็นทั้งกระเป๋าสตางค์ กล้องถ่ายรูป แผนที่ เครื่องทำงาน และอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำคัญ
แม้มือถือหลายรุ่นในปัจจุบันจะมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น เช่น IP67 หรือ IP68 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกันน้ำได้ทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะน้ำฝน น้ำขัง น้ำทะเล น้ำสบู่ หรือการชาร์จไฟขณะเครื่องยังเปียก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คิด
วันนี้ Sanook Hitech ได้รวม 5 เทคนิคใช้มือถือช่วงหน้าฝนให้ปลอดภัย ทั้งต่อตัวเครื่อง ข้อมูลในเครื่อง และตัวคุณเอง
5 เทคนิคใช้มือถือช่วยลุยฝนได้อย่างปลอดภัย

1. อย่ามั่นใจว่า “มือถือกันน้ำ” แล้วจะลุยฝนได้ตลอด
มือถือหลายรุ่นมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำ เช่น IP67 หรือ IP68 ซึ่งช่วยเพิ่มความอุ่นใจเมื่อโดนละอองฝน น้ำกระเซ็น หรือเผลอทำตกน้ำในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ไม่ได้แปลว่าสามารถใช้งานกลางฝนหนักหรือแช่น้ำได้นานแบบไม่มีความเสี่ยง
สิ่งที่ควรรู้คือมาตรฐานกันน้ำมักทดสอบในน้ำสะอาด ภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมได้ แต่ในชีวิตจริง น้ำฝนอาจมีฝุ่น สิ่งสกปรก น้ำขังอาจมีโคลนหรือสารเคมี และหากเครื่องเคยตก เคยซ่อม หรือใช้งานมานาน ซีลกันน้ำภายในอาจเสื่อมลงได้
ดังนั้น แม้มือถือจะกันน้ำได้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานกลางฝนโดยไม่จำเป็น หากต้องรับสายหรือดูแผนที่ ควรหลบในที่ร่มก่อน และใช้ผ้าแห้งเช็ดเครื่องทันทีหลังโดนน้ำ
2. ใช้ซองกันน้ำหรือกระเป๋ากันน้ำเมื่อต้องเดินทาง
ช่วงหน้าฝนควรพก ซองกันน้ำ หรือ กระเป๋ากันน้ำสำหรับมือถือ ติดตัวไว้ โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ รถสาธารณะ เดินกลางแจ้ง หรือไปต่างจังหวัดในช่วงฝนตกบ่อย
ซองกันน้ำที่ดีควรปิดสนิท มีซีลล็อกแน่น และควรทดลองใส่กระดาษทิชชู่แล้วแช่น้ำดูก่อนใช้งานจริง เพื่อเช็กว่ามีน้ำซึมหรือไม่ เพราะหากซองเสื่อมหรือปิดไม่สนิท มือถืออาจเสียหายได้
สำหรับคนที่ต้องใช้มือถือเป็นแผนที่ขณะขับขี่ ควรติดตั้งอุปกรณ์ยึดมือถือที่กันน้ำได้จริง และไม่ควรถือมือถือขณะขับรถหรือขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะเสี่ยงทั้งเครื่องหล่นและอุบัติเหตุ
3. ห้ามชาร์จมือถือทันทีหลังโดนน้ำ
เรื่องที่หลายคนชอบทำพลาด และเป็นเรื่องที่อันตรายที่สุดคือการนำมือถือที่เพิ่งโดนน้ำไปชาร์จไฟทันที เพราะน้ำหรือความชื้นที่ค้างอยู่ในพอร์ตชาร์จอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร พอร์ตเสีย หรือในกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้
หากมือถือเปียกฝน ควรทำตามขั้นตอนเหล่านี้ก่อน
-
ปิดเครื่องหากเครื่องเปียกมาก
-
ถอดเคสออกทันที เพื่อไม่ให้น้ำขังอยู่ตามขอบเครื่อง
-
เช็ดตัวเครื่องด้วยผ้าแห้งนุ่ม ๆ
-
สะบัดน้ำออกจากพอร์ตเบา ๆ โดยหันพอร์ตลงด้านล่าง
-
ปล่อยให้เครื่องแห้งในที่อากาศถ่ายเท
-
รอให้แน่ใจว่าพอร์ตแห้งสนิทก่อนเสียบชาร์จ
มือถือบางรุ่นมีระบบแจ้งเตือนความชื้นในพอร์ตชาร์จ หากมีแจ้งเตือนขึ้นมา ไม่ควรฝืนเสียบสายเด็ดขาด ควรรอจนกว่าระบบจะไม่เตือนแล้วค่อยชาร์จอีกครั้ง
4. สำรองข้อมูลไว้เสมอ เพราะน้ำเข้าอาจทำให้ข้อมูลหาย
เวลามือถือเสียจากน้ำ หลายคนกังวลเรื่องค่าซ่อม แต่สิ่งที่อาจเสียหายยิ่งกว่าคือ ข้อมูลในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ วิดีโอ ไฟล์งาน แชทสำคัญ เอกสาร หรือข้อมูลบัญชีต่าง ๆ
ก่อนเข้าหน้าฝนควรตรวจสอบว่ามีการสำรองข้อมูลไว้แล้วหรือยัง เช่น สำรองรูปภาพขึ้น Cloud, ซิงก์รายชื่อผู้ติดต่อ, สำรองแชทแอปที่ใช้งานประจำ และเปิดระบบค้นหาเครื่องหาย เช่น Find My หรือ Find My Device
หากเครื่องโดนน้ำจนเปิดไม่ติด การกู้ข้อมูลอาจทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นการสำรองข้อมูลไว้ล่วงหน้าจึงเป็นวิธีป้องกันที่คุ้มค่ากว่ามาก
5. ระวังฟ้าผ่าและไฟฟ้ารั่ว อย่าใช้มือถือขณะชาร์จในช่วงฝนฟ้าคะนอง
แม้การใช้มือถือเฉย ๆ ขณะฝนตกไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ฟ้าผ่าโดยตรง แต่สิ่งที่ควรระวังคือการใช้มือถือขณะ เสียบชาร์จไฟ ในช่วงฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะในบ้านที่ระบบไฟฟ้าไม่ได้มีอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก หรือบริเวณที่เสี่ยงไฟตก ไฟเกิน และไฟรั่ว
หากเกิดฟ้าผ่าหรือไฟกระชากผ่านระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ที่เสียบชาร์จอยู่อาจเสียหายได้ รวมถึงอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานหากสัมผัสอุปกรณ์ขณะชาร์จ
ทางที่ดีในช่วงฝนฟ้าคะนองควรถอดสายชาร์จออกก่อน ใช้พาวเวอร์แบงก์ที่ปลอดภัยแทนหากจำเป็น และไม่ควรชาร์จมือถือใกล้บริเวณเปียกชื้น เช่น ห้องน้ำ ระเบียง หรือพื้นเปียก
ถ้ามือถือเปียกน้ำแล้วควรทำอย่างไร?
หากมือถือเปียกน้ำหรือโดนฝนหนัก ควรรีบจัดการอย่างถูกวิธีเพื่อลดโอกาสเสียหาย
-
รีบเอาออกจากน้ำหรือพื้นที่เปียกทันที
-
ปิดเครื่องหากเครื่องเปียกมากหรือมีอาการผิดปกติ
-
ถอดเคส ซิมการ์ด และอุปกรณ์เสริมออก
-
เช็ดเครื่องด้วยผ้าแห้งนุ่ม ไม่ใช้ลมร้อนเป่า
-
ห้ามเสียบชาร์จจนกว่าจะแห้งสนิท
-
หากเครื่องดับ เปิดไม่ติด หรือหน้าจอผิดปกติ ควรส่งศูนย์บริการ
และไม่แนะนำให้ใช้ไดร์เป่าผมลมร้อน เป่าเข้าไปในพอร์ต หรือเขย่าเครื่องแรง ๆ เพราะอาจทำให้น้ำกระจายเข้าไปลึกกว่าเดิม และความร้อนอาจทำลายชิ้นส่วนภายในได้
ข้าวสารช่วยดูดความชื้นได้จริงไหม?
หลายคนเคยได้ยินคำแนะนำว่า หากมือถือเปียกน้ำให้เอาไปใส่ถังข้าวสาร แต่ในทางปฏิบัติวิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่เหมาะที่สุด เพราะฝุ่นหรือเศษผงจากข้าวสารอาจเข้าไปติดตามพอร์ต ลำโพง หรือไมโครโฟนได้ ทางเลือกที่ดีกว่าคือใช้ซองดูดความชื้น หรือวางเครื่องไว้ในที่แห้ง อากาศถ่ายเท และหากเครื่องเปียกมากควรนำส่งศูนย์บริการโดยเร็ว โดยเฉพาะมือถือที่ยังอยู่ในประกันหรือมีข้อมูลสำคัญในเครื่อง
ปิดท้ายก่อนจาก
การใช้มือถือช่วงหน้าฝนไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากรู้วิธีป้องกันให้ถูกต้อง เริ่มจากอย่าประมาทกับคำว่า “กันน้ำ”, ใช้ซองกันน้ำเมื่อต้องเดินทาง, ห้ามชาร์จทันทีหลังเครื่องเปียก, สำรองข้อมูลไว้เสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้มือถือขณะชาร์จในช่วงฝนฟ้าคะนอง
มือถืออาจซ่อมได้ แต่ข้อมูลสำคัญและความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ความชื้น น้ำ และไฟฟ้าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน
ที่มา : 5 เทคนิคใช้มือถือช่วงหน้าฝนให้ปลอดภัย ทั้งเครื่องและตัวคุณเอง