จีน ทุบหม้อข้าวญี่ปุ่น บีบ“โตโยต้า”ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์สปป.ลาว

  • โตโยต้าลงทุน 520 ล้านบาท สร้างโรงงานประกอบรถยนต์รุ่นไฮลักซ์และฟอร์จูนเนอร์ใน สปป.ลาว เพื่อเปลี่ยนจากการนำเข้ารถสำเร็จรูปจากไทย

  • รัฐบาลลาว ประกาศระงับการนำเข้ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเป็นการชั่วคราวตั้งแต่ 1 มิถุนายน จนถึงสิ้นปี 2569

  • บทความวิเคราะห์ว่า นโยบายของลาวที่เข้มงวด และส่งเสริมรถยนต์ EV สะท้อนถึงอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โตโยต้า ต้องปรับยุทธศาสตร์

ตามข่าวโตโยต้า ลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ที่ สปป.ลาว กับรถกระบะ “ไฮลักซ์” และเอสยูวี “ฟอร์จูนเนอร์” วางกำลังการผลิตไว้ 5,000 ต่อปี

โดยบริษัทโตโยต้า ทูโช แมนูแฟคเจอริง ประเทศลาว จำกัด ใช้เงินประมาณ 520 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเขตไชยธานี นครเวียงจันทร์ เดือนมิถุนายนนี้ ตามแผนจะแล้วเสร็จเดือนเมษายน 2571 ในรูปแบบโรงงานประกอบรถยนต์ KD Assembly (นำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบในประเทศ)

โตโยต้า ตั้งโรงงานในลาว เพราะอะไร

ด้วยขนาดตลาดรถยนต์ลาว ยอดขายรวมระดับหลักหมื่นคันต่อปี ถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน  เช่นเดียวกับศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม จึงมีคำถามว่า ทำไมโตโยต้า ต้องไปตั้งโรงงานที่นครเวียงจันทร์

ขณะที่ไฮลักซ์ และฟอร์จูนเนอร์ ส่งจากไทยเข้าไปทำตลาด (รุ่นพวงมาลัยซ้าย) ซึ่งโรงงานบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา มีความได้เปรียบจากต้นทุนต่อหน่วยการผลิตดีกว่าแน่นอน

โตโยต้า มอเตอร์ ไม่เคยพูดว่าอิทธิพลของจีน มีผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของลาว จนต้องขยับแผนมาตั้งโรงงานประกอบรถยนต์แบบ KD Assembly

เพียงแต่ย้ำในหลักการว่า ต้องการเปลี่ยนจากโมเดลนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป มาเป็นการประกอบในประเทศเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านราคา และความมั่นคงของซัพพลายเชน (โตโยต้า มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนที่ลาวอยู่แล้ว)

ที่ผ่านมา การลงทุนของจีนใน สปป.ลาว ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการช่วยเหลือต่างๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่า การกำหนดนโยบายของรัฐบาลลาว ต้องคำนึงถึงความสอดคล้องในเชิงลึก และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในระยะยาว

 

โตโยต้า ไฮลักซ์ และ ฟอร์จูนเนอร์ ที่จะประกอบใน สปป.ลาวล่าสุด สปป.ลาว ประกาศระงับการนำเข้ารถยนต์เครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนไปจนถึงสิ้นปี 2569 (ยังมีข้อยกเว้นสำหรับรถโดยสาร รถบรรทุก) เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า EV และลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง

ลาว ล็อกสถานะผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ

รัฐบาลลาว ตั้งเป้าให้รถยนต์ไฟฟ้า EV มีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น พร้อมให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการลงทุน แก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ แน่นอนว่า จีนถือเป็นผู้นำในรถ EV ของโลก ณ เวลานี้

สปป.ลาว ปรับนโยบายด้านการนำเข้ารถยนต์ และมีแนวโน้มเข้มงวดขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีทั้งการจำกัดรถนำเข้าบางประเภท การควบคุมใบอนุญาตนำเข้า และล่าสุดการระงับนำเข้ารถใช้น้ำมันชั่วคราวจนถึงสิ้นปีนี้ (แจ้งให้ทราบในเดือนพฤษภาคม 2569 และมีผล 1 มิถุนายน 2569)

ถึงแม้ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ไม่ได้ประกาศว่า การมาตั้งโรงงานแห่งที่ไชยธานี ถูกบีบจากมาตรการใหม่เหล่านี้ แต่ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่า การเปลี่ยนแปลงของนโยบายรัฐบาลเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้โตโยต้า ต้องเจียดเงิน 520 ล้านบาท มาตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ระดับไมโครในลาว แทนการนำเข้ารถทั้งคันจากไทย

โตโยต้า เตรียมสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่สปป.ลาว แทนการนำเข้าจากไทยโดยอินเดียถูกวางบทบาทใหม่ให้เป็นทั้งตลาดขนาดใหญ่ และฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ซึ่งจะทำให้อินเดียก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตสำคัญอันดับ 4 ของโตโยต้า รองจากญี่ปุ่น จีน และสหรัฐฯ

ในส่วนโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย วางเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569 (รวม 3 โรงงาน บ้านโพธิ์,เกตเวย์ และสำโรง) ไว้ 633,850 คัน เพิ่มขึ้น 12% ในจำนวนนี้เป็นการส่งออก 425,000 คัน เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปี 2568

สรุปจากผู้เขียน....โตโยต้า มอเตอร์ ไม่ได้ย้ายฐานการผลิตออกจากไทย แต่จำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงจากโควต้านำเข้า หรือมาตรการภาษีในอนาคตของรัฐบาลลาว ถือเป็นการปรับยุทธศาสตร์ในยุคที่สภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนไป และจีน เข้ามามีบทบาทในอาเซียนมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่มา :  จีน ทุบหม้อข้าวญี่ปุ่น บีบ“โตโยต้า”ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์สปป.ลาว



App Icon

สอบใบขับขี่

ดาวน์โหลด

210
วันที่ 17 มิถุนายน 2569