166 ปีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองธรรมสนามหลวง เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เนื่องในวาระ 166 ปี นับแต่วันประสูติ พร้อมทั้งอุทิศถวายและอุทิศแด่อดีตแม่กองธรรมสนามหลวง ณ ห้องประชุมตึกสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และอุทิศแด่บูรพาจารย์อดีตแม่กองธรรมสนามหลวง เพื่อเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตาธรรม แด่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ผู้ทรงริเริ่มจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยและพระเถรานุเถระบูรพาจารย์ ที่ได้บริหารจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ในการนี้ นายธงทอง จันทรางศุ ผู้จัดการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ได้ร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายและอุทิศแด่บูรพาจารย์อดีตแม่กองธรรมสนามหลวง ในครั้งนี้ด้วย

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระองค์เป็นพระราชโอรส ในรัชกาลที่ 4 และเป็นอดีตสมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ 3

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เมตตาเล่าว่า พระอริยบุคคลในยุครัชกาลที่ 4 คือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งเป็นพระโอรสของรัชกาลที่ 4 นั้นเอง เป็นองค์แรก
ทรงเริ่มศึกษาภาษาบาลีเมื่อพระชนมายุ 8 พรรษา จนสามารถแปลธรรมบทได้ ต่อมาเมื่อ “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์” สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ.2434 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส” ทรงครองวัดบวรนิเวศวิหาร สืบต่อ นับเป็นเจ้าอาวาสพระองค์ที่ 3

ต่อมาในปี พ.ศ.2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต จากนั้นได้ทรงเริ่มพัฒนากิจการพระศาสนา ทรงสนับสนุนให้ภิกษุสามเณรที่บวชใหม่เล่าเรียนพระธรรมวินัยฉบับภาษาไทย ในเวลาต่อมาจึงทรงกำหนดให้เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับคณะสงฆ์ เรียกว่า นักธรรม ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของคณะสงฆ์สืบมาจนถึงปัจจุบัน

ทรงจัดตั้ง มหามกุฏราชวิทยาลัย ในปี พ.ศ.2436 เป็นการทรงริเริ่มจัดการศึกษาของภิกษุสามเณรแบบใหม่ คือ เล่าเรียนพระปริยัติธรรมประกอบกับวิชาการอื่นๆ ที่เอื้อต่อการสั่งสอน พระพุทธศาสนา รวมทั้งจัดให้เป็นสถานศึกษาของภิกษุสามเณรและกุลบุตรด้วย
ในปี พ.ศ.2437 ทรงออกนิตยสาร ธรรมจักษุ พร้อมขยายการศึกษาของภิกษุสามเณรออกไปยังหัวเมืองทั่วพระราชอาณาจักร โดยให้วัดเป็นโรงเรียน ให้พระเป็นครู นับเป็นการวางรากฐานการศึกษาระดับประถมศึกษาของไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2453 ทรงได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงประชวรด้วยวัณโรค สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2464 ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร สิริพระชนมายุ 61 พรรษา
ด้วยพระปรีชาสามารถและคุณูปการอันอเนกอนันต์ UNESCO ได้ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็น บุคคลสำคัญของโลก สาขาการศึกษา บริการสาธารณะ มนุษยศาสตร์ และศาสนา เมื่อปี พ.ศ.2564
ที่มา : สดจากหน้าพระ - 166 ปีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส