กยศ. ตอบคำถามหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท พร้อมเผยวิธีแก้ไข

444

กยศ. ตอบคำถามกรณีหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท พร้อมเผยวิธีแก้ไข-ทางออกที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

จากกรณีที่ชาวเน็ตมีการแชร์ภาพจาก กยศ. ถึงนายจ้าง แจ้งหักเงินเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนจากผู้ค้างชำระหนี้ โดยจะหักเพิ่มรายละ 3,000 บาท สำหรับผู้กู้ยืมที่มีสถานะค้างชำระ โดยมีผลตั้งแต่เดือน เม.ย. 68 เป็นต้นไป สร้างความกังวลให้กับผู้กู้จำนวนไม่น้อย

ซึ่งทาง กยศ. ก็ได้รวบรวมคำถามเกี่ยวกับกรณี กองทุน ฯ เพิ่มจำนวนหักเงินเดือนบัญชีละ 3,000 บาท (สำหรับผู้กู้ยืม) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กยศ. หักเงินเดือนเพิ่มบัญชีละ 3,000 บาท

คำถาม : ถูกหักเงินเดือนทุกเดือน ทำไมมียอดค้างชำระ?

คำตอบ : ยอดค้างชำระหนี้ของผู้กู้ยืมอาจเกิดจาก

  • มียอดค้างชำระหนี้ก่อนการหักเงินเดือน
  • ในระหว่างการแจ้งหักเงินเดือน ท่านมีการขอปรับลดจำนวนการหักเงิน แล้วผู้กู้ยืมไม่ได้ไปชำระส่วนต่างในวันที่ 5 กรกฎาคมของงวดปีนั้น ๆ

ผู้กู้ยืมสามารถตรวจสอบข้อมูลการค้างชำระหนี้ได้ด้วยตนเองผ่านทาง Mobile Application "กยศ. Connect"

คำถาม : ถ้าไม่ต้องการให้นายจ้างหักเงินตามที่กองทุนฯ แจ้งในเดือนนี้ ต้องทำอย่างไร?

คำตอบ : ผู้กู้ยืมสามารถเลือกปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งดังนี้:

1. ดำเนินการขอปรับโครงสร้างหนี้

  • เพื่อลดจำนวนการผ่อนชำระต่อเดือน
  • ขยายระยะเวลาการผ่อน
  • ลดเบี้ยปรับให้ 100%
  • ปลดผู้ค้ำประกัน

โดยกองทุนจะแจ้งจำนวนเงินการหักเงินเดือนตามยอดผ่อนชำระใหม่ ในเดือนถัดจากเดือนที่ผู้กู้ยืมได้ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว

เช่น ในกรณีที่ท่านทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ภายในเดือน เม.ย. 68 (กลุ่มข้าราชการที่ได้รับเงินเดือนจากกรมบัญชีกลาง ให้ดำเนินการภายในวันที่ 20 เมษายน 2568) กองทุนจะแจ้งยอดผ่อนชำระใหม่ในเดือน พ.ค. 68

ดังนั้น เดือน เม.ย. 68 ท่านจะถูกหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท เพียง 1 เดือนเท่านั้น

2. ชำระยอดหนี้ค้างให้เสร็จสิ้น หากผู้กู้ยืมชำระแล้ว ให้ผู้กู้ยืมเงินนำหลักฐานการชำระแจ้งต่อนายจ้าง แล้วให้นายจ้างลบยอดออก 3,000 บาท จากยอดหักเงินเดือนในเดือน เม.ย. 68 ได้

เงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ กยศ.

การปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ. ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มก่อนฟ้องคดี, กลุ่มที่บอกเลิกสัญญาแล้วแต่ยังไม่ฟ้องคดี, กลุ่มที่ฟ้องคดีแล้วแต่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา, กลุ่มที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วแต่ยังไม่บังคับคดีและได้บังคับคดีไปแล้ว และกลุ่มอื่น ๆ ทั้งหมด

เงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ มีดังนี้

  • ผู้กู้ยืมจะต้องผ่อนชำระเงินคืนกองทุนเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน
  • ผู้กู้ยืมต้องชำระภายในวันที่ 5 ของทุกเดือนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี
  • ในการชำระเงินงวดสุดท้าย ผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์
  • การคำนวณยอดหนี้ที่จะนำมาปรับโครงสร้างหนี้

กองทุนฯ จะนำรายการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมนับแต่วันที่ครบกำหนดชำระหนี้ครั้งแรกมาคำนวณใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีคำนวณยอดหนี้ใหม่แล้วไม่มียอดหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยคงเหลือ กองทุนฯจะปรับโครงสร้างหนี้ให้ผู้กู้ยืมและให้ส่วนลดเบี้ยปรับ 100% โดยถือว่าผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้ปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้กู้ยืมที่มียอดหนี้คงเหลือและอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ กองทุนฯจะนำรายการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายนับแต่วันครบกำหนดชำระหนี้ครั้งแรกมาคำนวณตัดชำระหนี้ใหม่ จากเดิมตัดเบี้ยปรับ ดอกเบี้ย และเงินต้น แต่เมื่อปรับโครงสร้างหนี้ใหม่จะตัดเงินต้น (เฉพาะส่วนที่ครบกำหนด) ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับตามลำดับ

  • อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี และอัตราเบี้ยปรับ 0.5% ต่อปี
  • ในส่วนของเบี้ยปรับทั้งหมด กองทุนฯจะพักแขวนไว้ เมื่อผู้กู้ได้ทำการชำระหนี้ปิดบัญชีจะได้รับส่วนลดเบี้ยปรับ 100%
  • เมื่อทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากสัญญาค้ำประกันเงินกู้ทันที
  • ในกรณีที่ผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้สะสมถึง 6 งวด หรือเมื่อผู้กู้ยืมมีงวดผ่อนชำระเหลือไม่ถึง 6 งวด หากผิดนัดชำระงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด ให้ถือว่าสัญญาปรับโครงสร้างหนี้สิ้นสุดลง กองทุนฯจะนำเบี้ยปรับที่ตั้งพักแขวนไว้กลับคืนมาเป็นทุนทรัพย์เพื่อดำเนินการฟ้องร้องหรือบังคับคดีกับผู้กู้ยืมต่อไป

สาเหตุที่ถูกหักเงินเพิ่ม 3,000 บาท

เป็นมาตรการบังคับของ กยศ. กับลูกหนี้ที่มียอดค้างชำระ และยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เช่น ชำระหนี้ หรือขอปรับโครงสร้างหนี้ โดยมีรายละเอียดว่า

  • หักเพิ่ม บัญชีละ 3,000 บาทต่อเดือน จากเงินเดือนลูกหนี้
  • หากยอดค้างน้อยกว่า 3,000 บาท จะหักเฉพาะยอดค้างเท่านั้น
  • จะหักเงินเพิ่มแบบนี้ ต่อเนื่องทุกเดือน จนกว่าผู้กู้จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่:
    • ชำระหนี้ค้างทั้งหมด 
    • ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ.

วิธีแก้ไขสำคัญที่ลูกหนี้ กยศ. ต้องรู้

1. ขอปรับโครงสร้างหนี้ (Restructure)

ผู้กู้ยืมสามารถทำสัญญาใหม่กับ กยศ. ได้ โดยมีสิทธิประโยชน์หลายอย่าง เช่น:

  • ลดจำนวนผ่อนชำระต่อเดือน
  • ขยายระยะเวลาชำระ
  • ลดเบี้ยปรับ 100%
  • ปลดผู้ค้ำประกัน

หากทำสัญญาภายในเดือนเมษายน 2568 จะถูกหักเพิ่ม 3,000 บาทเพียงเดือนเดียว จากเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป จะถูกหักตามยอดผ่อนชำระใหม่

2. ชำระยอดหนี้ค้างทั้งหมด

ผู้กู้สามารถชำระยอดค้างชำระทั้งหมดได้ทันที แล้วให้นำ หลักฐานการชำระเงิน ไปแจ้งให้นายจ้างทราบ เพื่อ ยกเลิกการหักเงินเพิ่ม 3,000 บาท ได้เลยในเดือนถัดไป

สรุป ข่าวกยศ. หักเงินเดือนเพิ่มบัญชีละ 3,000 บาท

  • รีบตรวจสอบยอดหนี้ค้างชำระกับ กยศ. ผ่านแอปฯ "กยศ.Connect"
  • เลือกแนวทางที่เหมาะกับคุณ: ปรับโครงสร้างหนี้ หรือ ปิดยอดค้าง
  • แจ้งนายจ้างให้ทราบ หากดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เพื่อลดยอดหักเงินเดือน

ที่มา: กยศ. ตอบคำถามหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท พร้อมเผยวิธีแก้ไข

อ่านต่อ


Total View: 163
Post Date: วันที่ 9 เมษายน 2568


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้