นักวิชาการ ชี้รัฐแจกหมื่น 16-20 ปี มุ่งแต่เศรษฐกิจ แนะให้ความรู้การเงิน ช่วยสร้างอาชีพให้เด็ก

นักวิชาการ ชี้รัฐคิดไม่รอบคอบ แจกหมื่น อายุ16-20 มุ่งแต่เศรษฐกิจ ไม่ขับเคลื่อนด้านการศึกษา-พัฒนาคน แนะให้ความรู้การเงิน ช่วยอัพ-รีสกิล สอนวิชาชีพ ให้เด็กเป็นผู้ประกอบการ
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลเตรียมแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ให้กับกลุ่มคนอายุ 16-20 ปี โดยมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนที่รู้จักคุ้นเคยกับเทคโนโลยีได้ใช้จ่ายเงิน ตนมองว่าการให้แจกเงินในครั้งนี้ ไม่ได้มองแบบองค์รวม เพราะการแจกเงินในครั้งนี้มุ่งหวังด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ทำให้ขาดการมองปัจจัยอื่นอีกหลายประเด็นที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน อีกทั้งเม็ดเงินที่ลงไปไม่รู้กี่แสนล้านบาท ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ทำให้เกิดการจับเคลื่อนทำให้คุณภาพประชากร การศึกษาดีขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการใช้จ่ายเงินผ่านนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตนั้น ไม่รอบคอบ ไม่คุ้มค่า ควรจะคิดทบทวนทำให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนมีข้อเสนอการแจกเงินหนึ่งหมื่นบาทให้กับกลุ่มอายุ 16-20 ปี เพื่อให้เกิดประสิทธิผล ประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการเปลี่บนแปลง ทำให้เด็กรู้จักใช้สติปัญญาในการบริหารการเงินของตน พร้อมกับช่วยสร้างงานในรูปแบบ Learn to Earn ดังนี้
1.กลุ่มเด็ก NEET หรือ Not in Education, Employment, or Training ที่มี 15% ของประเทศ หรือ 1.4 ล้านคน เด็กเหล่านี้ไม่เรียน ไม่ทำงาน ทำให้ไม่สามารถสร้างงาน สร้างผลผลิต หรือประกอบอาชีพได้ เมื่อได้รับเงินกลุ่มคนเหล่านี้จะไม่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามเด็กกลุ่มนี้ เป็นส่วนสำคัญที่รัฐบาลต้องหาทางว่าจะทำอย่างไรให้เด็กเหล่านี้ได้ อัพสกิล รีสกิล เพื่อนำเงิน10,000บาทที่ได้ ไปพัฒนาเป็นผู้ประกอบกิจการขนาดเล็ก เห็นคุณค่าในการทำงาน เพราะเด็กเจนใหม่กว่า 70% ไม่ต้องการเป็นลูกจ้าง ไม่ต้องการเป็นข้าราชการ แต่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ ทำอาชีพอิสระ และถ้ายังปล่อยไว้เด็กกลุ่ม NEET จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ
“ดังนั้น รัฐบาลควรทำให้เด็กเหล่านี้ใช้เงินหมื่นเป็น หากทำให้เด็กมีงาน เป็นผู้ประกอบการ เศรษฐกิจการจะกระเตื้องขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ งานวิจัย พบว่าถ้าเด็กรู้จักคิด รู้จักสร้างงาน บริหารเงินเป็น การใช้เงินจำนวน 6,000-10,000 บาท ก็สามารถทำให้เด็กมีอาชีพเล็กๆ เป็นผู้ประกอบการได้ เช่น ปลูกผักอินทรีย์ ขายของกิน ร้านกาแฟ เป็นต้น หรือรับเงิน 10,000 บาทไปฝึกอาชีพที่ตนสนใจ เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการในอนาคต ดังนั้น รัฐบาลอาจจะติดต่อกับมหาวิทยาลัย วิทยาลัยชุมชน สถาบันอาชีวะ เปิดหลักสูตรระยะสั้น ให้เด็กอาความรู้ไปประกอบอาชีพ พร้อมกับเข้าช่วยเหลือด้านตลาดให้เด็ก 16-20 ปี ใช้เงินอย่างสร้างสรรค์ และยั่งยืน” นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในระบบการศึกษา มองว่าโรงเรียนควรให้ความรู้ด้านการเงิน ให้เด็กใช้เงินเป็น เพราะเรื่องระบบบริหารจัดการเงิน เป็นสิ่งที่เด็กรู้น้อยมาก ดังนั้น เมื่อรัฐให้เงินแล้ว ควรสอนให้เด็กบริหารการเงินเป็น นำไปลงทุน หรือประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องกับคุณภาพของคน และทำให้เด็กมีความกระตื้นรือร้น มองว่าการให้เงิน 10,000 บาทกับเด็ก 16-20 ปี รัฐต้องรัดกุมและทำให้เกิดประโยชน์ด้วย
ที่มา: นักวิชาการ ชี้รัฐแจกหมื่น 16-20 ปี มุ่งแต่เศรษฐกิจ แนะให้ความรู้การเงิน ช่วยสร้างอาชีพให้เด็ก