“ชื่อไม่ตรงโอนไม่ได้” หลัง 30 เม.ย.นี้ “Mobile Banking” เร่งสกัด “บัญชีม้า”

ถือเป็นความชัดเจนแล้วสำหรับ มาตรการ “Mobile Banking” เร่งสกัด “บัญชีม้า”ของรัฐบาล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ถือเป็นความชัดเจนแล้วสำหรับ มาตรการ “Mobile Banking” เร่งสกัด “บัญชีม้า” ของรัฐบาล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้ Mobile Banking และแก้ปัญหาภัยออนไลน์
หลังจากที่ได้ดำเนินการตรวจสอบชื่อบัญชี “Mobile Banking” ต้องตรงกับชื่อผู้ใช้ซิมการ์ดมือถือ ซึ่งได้ครบครบกำหนดการตรวจสอบมาตั้งแต่ปลายปีที่ 67 ที่ผ่านมา
จากที่มีมติที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้มอบหมายให้ กระทรวงดีอี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงาน กสทช. สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกระดับความปลอดภัยการใช้งาน Mobile Banking เพื่อสกัดกั้นบัญชีม้าที่เป็นเส้นทางก่ออาชญากรรมของมิจฉาชีพให้ชื่อผู้ใช้งานตรงกับชื่อเจ้าของซิมมือถือ
“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดีอี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บอกว่า การตรวจสอบรายชื่อเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และเจ้าของบัญชี Mobile Banking กับชื่อเจ้าของซิมหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ที่มีอยู่จำนวนกว่า 120 ล้านหมายเลข แล้วเสร็จเมื่อ พ.ย. 67 ที่ผ่านมา โดยพบว่า มีชื่อตรงกัน มีจำนวนประมาณ 75.8 ล้านหมายเลข ส่วนที่ชื่อไม่ตรงกัน มีจำนวนประมาณ 30.9 ล้านหมายเลข และอีก 13.5 ล้านหมายเลข พบว่า ไม่มีข้อมูล หรือไม่พบชื่อเจ้าของซิม

ประเสริฐ จันทรรวงทอง
โดยตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ทางธนาคารจะทยอยแจ้งประชาชนที่ชื่อไม่ตรงผ่าน Mobile Banking ของธนาคารโดยตรงเท่านั้น จะไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Mobile Banking เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวง
ซึ่งประชาชนที่ได้รับแจ้งต้องดำเนินการอัปเดตข้อมูลชื่อเจ้าของซิม และชื่อผู้ใช้งาน Mobile Banking ให้ตรงกันภายใน 30 เม.ย. 68 หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด จะถูกระงับการใช้งาน Mobile Banking เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะไปแจ้งเปลี่ยนให้ตรงกัน แต่ในระหว่างนี้ยังใช้สมุดบัญชีเบิกถอนได้ตามปกติ ที่เคาน์เตอร์ธนาคาร
และต้องย้ำๆ ว่า ใครที่ไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากธนาคารผ่าน Mobile Banking ก็ไม่ต้องดำเนินการอะไร ยังสามารถใช้ Mobile Banking ได้ตามปกติ แม้ชื่อเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์จะไม่ตรงกับเจ้าของ Mobile Banking
สำหรับแนวทางการดำเนินการ ในส่วนของบัญชีต่างชาติ กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เปิดบัญชีตั้งแต่ปี 65 และเปิดใช้งาน Mobile Banking ก่อนปี 66 ที่มีชื่อเจ้าของซิมกับชื่อผู้ใช้งาน Mobile Banking ไม่ตรงกัน ประชาชนสามารถดำเนินการได้ดังนี้

ภาพ pixabay.com
กรณีหมายเลขโทรศัพท์มือถือมีชื่อเจ้าของซิมไม่ตรงกับชื่อผู้ใช้งาน Mobile Banking สามารถติดต่อศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือ เพื่อเปลี่ยนเจ้าของซิม หรือติดต่อธนาคารที่ใช้งาน Mobile Banking เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ผูกกับ Mobile Banking ของธนาคาร เพื่อดำเนินการให้ข้อมูลตรงกัน ภายใน 30 เม.ย.นี้
สำหรับในส่วนกลุ่มที่ไม่พบชื่อเจ้าของซิม โดยกลุ่มลูกค้าที่เปิดบัญชีตั้งแต่ปี 65 และเปิดใช้งาน Mobile Banking ก่อนปี 66 ที่ตรวจสอบจากค่ายมือถือแล้ว แต่ไม่พบชื่อเจ้าของซิม ซึ่งจะดำเนินการพร้อมกัน 2.4 ล้านเลขหมาย
โดยกรณีหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ใช้ลงทะเบียนกับธนาคารมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ สามารถติดต่อศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือที่ใช้บริการด้วยตนเอง เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ลงทะเบียนชื่อเจ้าของซิมให้ตรงกับชื่อผู้ใช้งาน Mobile Banking หรือ ลงทะเบียนชื่อเจ้าของซิมเป็นชื่อตามที่ประสงค์ที่เข้าเกณฑ์การจดทะเบียนซิมได้ตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ (ธนาคารไม่สามารถดำเนินการในส่วนนี้แทนได้) พร้อมบัตรประชาชน เพื่อดำเนินการให้ข้อมูลชื่อเจ้าของซิมตรงกับชื่อที่ใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง ภายใน 30 เม.ย. เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการนี้ ได้ให้ข้อยกเว้นชื่อบัญชี Mobile Banking ไม่ต้องตรงกับซิมได้ สำหรับในกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้
1.เบอร์มือถือที่จดทะเบียนในชื่อหน่วยงานราชการ (เช่น สำนักงานอัยการสูงสุด) หรือองค์กรที่ใช้โดยพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ จะได้รับการพิจารณาเป็นข้อยกเว้น และไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรการนี้
2.ลูกค้าที่มีความจำเป็น หรือข้อจำกัดเฉพาะ เช่น ไม่สามารถเปลี่ยนเบอร์มือถือได้ เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย หรือเอกสาร สามารถยื่นคำขอยกเว้น พร้อมเอกสารประกอบแสดงเหตุผลต่อธนาคาร

ภาพ pixabay.com
3.กลุ่มบุคคลในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ บุตร พี่น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย คู่สมรส (จดทะเบียน) โดยจะต้องแสดงเอกสารความสัมพันธ์ต่อธนาคาร ได้แก่ เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส เป็นต้น และเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ ค่าโทรศัพท์
4.นิติบุคคล ได้แก่ บริษัทเอกชน หรือนิติบุคคลตามกฎหมาย (กรณีที่ลงทะเบียนในนามนิติบุคคล และให้พนักงานในองค์กรใช้งาน) จะต้องมีเอกสารรับรองจากบริษัท ที่มีข้อความระบุชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และอนุญาตให้ใช้เบอร์โทรศัพท์ผูก Mobile Banking
และ 5.ผู้ที่ต้องได้รับความดูแลตามกฎหมาย ได้แก่ ผู้ไร้ความสามารถ ผู้เสมือนไร้ความสามารถ และผู้พิการ จะต้องนำเอกสารตามคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้อนุบาล หรือเอกสารตามคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้พิทักษ์ บัตรผู้พิการ หรือเอกสารที่หน่วยงานราชการออกให้ มายื่นแสดงต่อธนาคาร
สุดท้ายแล้วย้ำอีกครั้ง ใครที่ไม่ได้รับแจ้งจากธนาคารผ่าน Mobile Banking ไม่ต้องดำเนินการอะไร หากใครได้รับแจ้ง ให้รีบดำเนินการเปลี่ยนข้อมูลให้ตรงกันภายใน 30 เม.ย. ไม่เช่นนั้น ชื่อไม่ตรงโอนไม่ได้!!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์
ที่มา :“ชื่อไม่ตรงโอนไม่ได้” หลัง 30 เม.ย.นี้ “Mobile Banking” เร่งสกัด “บัญชีม้า” | เดลินิวส์
เพลงใหม่ เพลงแนะนำ เพลงฟังเพลินๆ
