USA:วิเคราะห์สัญญาณบ่งชี้ว่าอัตราดบ.เฟดอยู่สูงเกินไปหรือต่ำเกินไป

ออร์แลนโด,รัฐฟลอริดา--1 พ.ย.--รอยเตอร์
-
นายเจมี แมคกีเวอร์ ผู้เขียนคอลัมน์ของรอยเตอร์ระบุว่า ขณะนี้มีสัญญาณบางประการที่บ่งชี้ว่า นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อยู่ในภาวะที่เข้มงวดจนเกินไป หรืออัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่สูงเกินไป แต่ก็มีสัญญาณบางประการที่บ่งชี้ว่า นโยบายการเงินของเฟดอยู่ในภาวะที่ผ่อนคลายจนเกินไปในเวลาเดียวกัน โดยสัญญาณที่ขัดแย้งกันเองที่ปรากฏออกมาในช่วงนี้จะสร้างความยุ่งยากให้แก่การกำหนดนโยบายของเฟดในระยะใกล้ และอาจจะสร้างความยุ่งยากให้แก่การประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐและราคาสินทรัพย์ด้วย ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรืออัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดที่ปรับตามภาวะเงินเฟ้อ อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ในตอนนี้ ถึงแม้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงไปแล้ว 0.50% สู่ 4.75-5.00% ในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยนายออสตัน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโกระบุว่า การที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐอยู่สูงมากแบบนี้บ่งชี้ว่า เฟดมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงไปได้อีก "หลายเปอร์เซ็นต์" จากระดับปัจจุบัน
-
จุดยืนนโยบายของเฟดในปัจจุบันนี้อยู่ในภาวะที่เข้มงวดมาก ถ้าหากพิจารณาเทียบกับอัตราดอกเบี้ย 'R-Star' หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจและไม่ถ่วงเศรษฐกิจให้ชะลอตัวลงในช่วงที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% โดยมีการประเมินกันว่า อัตราดอกเบี้ย 'R-Star' ในปัจจุบันนี้อยู่ในระดับระหว่าง 0.7%-1.2% อย่างไรก็ดี มาตรวัดภาวะการเงินในตลาดหลายมาตรวัดส่งสัญญาณในตอนนี้ว่า ภาวะการเงินในสหรัฐอยู่ในภาวะที่ผ่อนคลายมากที่สุดในรอบหลายปี โดยเป็นผลจากการพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา โดยดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นมาแล้วกว่า 40% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และค่าเครดิตสเปรดของภาคเอกชนสหรัฐก็อยู่ในระดับที่แคบที่สุดในรอบ 20 ปีในช่วงนี้ นอกจากนี้ เศรษฐกิจสหรัฐก็อยู่ในภาวะแข็งแกร่งด้วย โดยสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) ในกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเพิ่งรายงานในวันพุธว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐปรับขึ้น 2.8% ในไตรมาสสามเมื่อเทียบเป็นตัวเลขเต็มปี (annualized) โดยชะลอตัวลงจากอัตราการเติบโตที่ 3.0% ในไตรมาสสอง แต่ยังคงถือเป็นระดับสูง
อ่านต่อนักลงทุนยังคงต้องการซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงนี้ ถึงแม้มีความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ และมีความเสี่ยงจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พ.ย. อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมา และส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในสหรัฐพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 17 ปี ในขณะที่ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในสหรัฐในระยะนี้ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงไม่มากนักในอนาคต ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ตั้งข้อสังเกตว่า ถึงแม้นโยบายของเฟดอยู่ในภาวะเข้มงวดทางเทคนิคในปัจจุบัน เพราะว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในระดับสูง สิ่งที่มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงก็คือภาวะการเงินในวงกว้าง และภาวะการเงินในวงกว้างก็ผ่อนคลายลงเป็นอย่างมากในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยแบบจำลองของเฟดบ่งชี้ว่า ภาวะการเงินที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาอาจจะส่งผลบวกราว 0.7% ต่ออัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
นายโจ ลาวอร์นยา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบล.เอสเอ็มบีซี นิกโกระบุว่า "สถานการณ์ในปัจจุบันนี้มีความผิดปกติเป็นอย่างมาก" และเขาระบุว่าภาวะการเงินที่ผ่อนคลายในปัจจุบันนี้มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากภาวะเฟื่องฟูในตลาดหุ้น เพราะว่าการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ในวงกว้างปรับขึ้นตามไปด้วย และส่งผลให้การระดมทุนทำได้ง่ายยิ่งขึ้น และสิ่งนี้ก่อให้เกิดวงจรป้อนกลับที่หนุนส่งกันเองต่อไปเรื่อย ๆ และเป็นเรื่องยากที่จะทำลายวงจรนี้ ทั้งนี้ ปัจจัยนี้ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐรักษาระดับความแข็งแกร่งไว้ได้เป็นอย่างดี ถึงแม้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 5.25% ในปี 2022-2023 แต่ปัจจัยนี้ก็อาจจะสร้างความยากลำบากให้แก่การทำงานของเฟดในอนาคตได้ด้วยเช่นกัน
เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะเข้าสู่ภาวะ 'no landing' หรือภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึงแม้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง และปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้ตลาดปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ที่มีต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด และการทำเช่นนั้นก็อาจจะส่งผลให้ตลาดหุ้นและราคาสินทรัพย์ดิ่งลง และส่งผลให้ภาวะการเงินตึงตัวตามไปด้วย แต่เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินไป และอาจจะสร้างความเสียหายในแบบที่เฟดไม่ต้องการ--จบ--
Eikon source text
(รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปลและเรียบเรียง)
((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 08-7689-6043;
ที่มา :USA:วิเคราะห์สัญญาณบ่งชี้ว่าอัตราดบ.เฟดอยู่สูงเกินไปหรือต่ำเกินไป — ข่าว TradingView
เพลงใหม่ เพลงแนะนำ เพลงฟังเพลินๆ
Total View: 190Post Date: วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567
