ค่ารักษาพยาบาลไทยพุ่งพรวด ทำระบบสวัสดิการรัฐและเอกชน ส่อวิกฤติ

สื่อออนไลน์พาดหัวข่าวว่า โรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง ขู่ถอนตัวจากระบบประกันสังคม หากไม่ปรับปรุงค่าใช้จ่ายให้ ขณะที่มีข่าวผู้อำนวยการโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่ง ออกมาโวยเป็นระยะว่า โรงพยาบาลเริ่มขาดสภาพคล่อง จากการที่ต้องแบกรับค่ารักษาพยาบาลที่สูงกว่างบประมาณที่ได้รับ
แถมมีข่าว บริษัทประกันชีวิตหลายแห่ง ประกาศปิดแผนกรับประกันหมู่ที่ให้บริการการประกันสุขภาพสำหรับพนักงานบริษัทต่างๆ เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนค่าสินไหมการเบิกค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจาก ค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นในอัตราปีละ 10% สูงกว่าการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ภาครัฐและบริษัทประกันชีวิต ที่คาดว่ามันควรจะเพิ่มขึ้นในอัตรา 4-5% ล้อไปกับภาวะเศรษฐกิจ
ขนาดบริษัทประกันชีวิต ที่เปิดขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับการประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ยังต้องถอยทัพ ส่วนบริษัทที่ยังเปิดให้บริการประกันสุขภาพหมู่อยู่ ก็ขายให้เฉพาะบริษัทลูกค้าที่มีจำนวนพนักงาน 50 คนขึ้นไป และต้องใช้ประวัติการเรียกร้องสินไหม 2 ปีที่ผ่านมา เป็นฐานในการคำนวณเบี้ยประกันสุขภาพในปีต่ออายุเสมอ
บริษัทประกันชีวิตหลายแห่ง ยังยกเลิกการรับประกันสุขภาพสำหรับเด็ก ที่มีอายุต่ำกว่า 10 ขวบ เพราะการเบิกสินไหมที่ไม่สามารถควบคุมได้ จนไม่คุ้มกับการทำธุรกิจ
มีข่าวว่าเฉพาะปีนี้ปีเดียว ค่าสินไหมรวมที่บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายนั้น พุ่งสูงทำลายสถิติของทุกปีที่ผ่านมา ทั้งที่เพิ่งผ่านมา 9 เดือนเท่านั้นเอง
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะนโยบายที่ให้เบิกค่ารักษาพยาบาลแบบไม่อั้น ตามสิทธิ์ที่ได้รับ หรือที่เรียกว่าเบิกได้แบบบุฟเฟ่ต์นั่นเอง
คำว่าบุฟเฟ่ต์ เป็นที่เข้าใจกันหรือว่า หมายถึงการรับประทานอาหารกันอย่างไม่อั้น ในราคาที่เหมามาแล้ว ผู้บริโภคจึงรับรับประทานกันอย่างฟุ่มเฟือย เกินความจำเป็น
แต่พอเป็นเรื่องการรักษาพยาบาล แพทย์และผู้ป่วยต่างยินยอมพร้อมใจกันเบิกค่ารักษาพยาบาลแบบไม่อั้น ตราบใดที่เราสามารถใช้สิทธิ์นั้น โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
ไม่ว่าสิทธิ์ของข้าราชการ หรือสิทธิ์ของประชาชนในโครงการบัตรทองที่รัฐให้สิทธิ์เบิกฟรี ดังนั้น คนไข้จึงพยายามที่จะใช้บริการในระดับที่สูงที่สุด หรือใช้สิทธิให้นานที่สุด เพราะไม่ต้องจ่ายเพิ่มแม้แต่บาทเดียว
ในเวลาเดียวกัน แพทย์บางคนก็อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการส่งเสริมการขายของบริษัทยา ได้อัดยาให้ลูกค้าจนเกินความจำเป็น เพื่อรับค่าคอมมิชชั่นเป็นการตอบแทน
ในส่วนของประกันสุขภาพ ที่ประชาชนทำไว้กับบริษัทประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย เบิกได้ในวงเงินถึงครั้งละ 1 ล้านบาท บางแผนสูงขึ้นไปถึง 30 ล้านบาทนั้น
ถือเป็นหมูในอวยที่ทำให้โรงพยาบาลยัดเยียดการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ เพราะอย่างไร คนไข้ก็ไม่บ่น ตราบใดที่ยังไม่เกินวงเงินในสิทธิ์ของเขา นี่ตัวการสำคัญที่ทำให้ภาพรวมของค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้น
มีกรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ โรงพยาบาลหลายแห่งบอกกับลูกค้าว่าถ้าเป็นลูกค้าเก่าจะให้สิทธิ์ส่วนลด 10% ใน package การผ่าตัดบางอย่าง หลังจากการรักษาเสร็จแล้ว เมื่อลูกค้าบอกว่ามีประกันสุขภาพวงเงินสูงกับบริษัทประกันชีวิต โรงพยาบาลก็เปลี่ยนคำพูดว่าเมื่อคุณเบิกได้ บริษัทก็จะไม่มีส่วนลดให้ เพราะคนที่จ่ายคือบริษัทประกันชีวิตไม่ใช่ลูกค้าจ่าย
ที่มา :ค่ารักษาพยาบาลไทยพุ่งพรวด ทำระบบสวัสดิการรัฐและเอกชน ส่อวิกฤติ (bangkokbiznews.com)