สรรพสามิต ชงงบกลาง 7 พันล้าน หนุนรถอีวี 3.5 หมื่นคัน คาดโรงงานผลิตอีวีชดเชยปีแรก 8-9 หมื่นคัน

สรรพสามิต ชงของบกลาง 7 พันล้านบาท อุดหนุนรถอีวี 3.5 หมื่นคัน คาดโรงงานผลิตอีวีชดเชยปีแรก 8-9 หมื่นคัน ค่ายรถเข้าร่วมกว่า 30 บริษัท

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตได้เสนอของบประมาณปี 2568 เพื่อจ่ายอุดหนุนการดำเนินมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี 3.5 เพิ่มอีก 7,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นมีรถอีวีรอรับเงินอุดหนุนจำนวน 3.5 หมื่นคัน จากสำนักงบประมาณ โดยเป็นการใช้งบประมาณกลาง ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรอเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กรมจ่ายเงินอุดหนุนรอบแรกไปแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท คิดเป็นรถอีวี 4 หมื่นคัน รวมแล้วใช้เงินอุดหนุนรวมประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท

นายเอกนิติกล่าวว่า สำหรับมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้น รัฐบาลวางเป้าหมายว่า ปี 2573 (ค.ศ.2030) ต้องมีรถไฟฟ้า 30% ของฐานการผลิตรถยนต์ทั้งหมด หรือ 30@30 เพื่อให้ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามาอยู่ในประเทศไทย เช่นเดียวกันกับฐานการผลิตรถยนต์สันดาป กรมสรรพสามิตจึงได้ดำเนินมาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าอีวี 3.0 ในปี 2565-2566 และต่อเนื่องเป็นอีวี 3.5 ในปัจจุบัน

นายเอกนิติกล่าวว่า สำหรับมาตรการอีวี 3.0 ที่ดำเนินการเมื่อปี 2565-2566 เริ่มเห็นทิศทางที่เปลี่ยนไปชัดเจน โดยการลดอัตราภาษีสรรพสามิต จาก 8% เหลือ 2% และรัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนให้คันละ 1.5 แสนบาท แลกเงื่อนไขจะต้องผลิตรถยนต์ชดเชยจากในประเทศไทย แต่ในช่วงแรกให้สามารถนำเข้ารถอีวีได้ ซึ่งมีค่ายรถ 23 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่ปี 2567-2568 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว จะต้องมาผลิตชดเชยตามเงื่อนไข ขณะนี้มีโรงงานเข้ามาลงทุนในไทยแล้ว 4 หมื่นล้านบาท

“ตามเงื่อนไขการผลิตรถไฟฟ้าชดเชยรถที่นำเข้ามา ในปี 2565-2566 มีทั้งหมดประมาณ 1 แสนคัน เพราะฉะนั้น ปี 2567 ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย และผลิตรถอีวีให้ทันตามเงื่อนไข โดยหากผลิตทันในปีนี้ ทำเพียง 1 เท่า แต่ถ้าตั้งโรงงานไม่ทัน ปี 2568 ต้องผลิตชดเชย 1.5 เท่า ซึ่งทำให้เกิดฐานการผลิตในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม คาดว่าค่ายรถจะผลิตคืนทันปีแรก 8-9 หมื่นคัน” นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติกล่าวว่า นอกจากนี้ในมาตรการส่งเสริมอีวี ระบุอีกว่าในปี 2569 จะต้องมีการผลิต หรือประกอบแบตเตอรี่ในประเทศไทย เนื่องจากรถยนต์อีวีใช้ส่วนประกอบหลัก คือ แบตเตอรี่ เพราะฉะนั้น อุตสาหกรรมแบตเตอรี่จะต้องเกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นเดียวกัน ทำให้เกิดการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ โดยขณะนี้มีเงินลงทุนสำหรับโรงงานแบตเตอรี่แล้ว 2.5 หมื่นล้านบาทและคาดว่ามีที่เตรียมจะลงทุนอีกประมาณ 5,000 ล้านบาท

นายเอกนิติกล่าวว่า ขณะที่มาตรการส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้า อีวี 3.5 ยังคงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เริ่มในปี 2567 โดยเราให้เงินอุดหนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าลดลง เหลือสูงสุด 1 แสนบาทต่อคัน จากมาตรการ อีวี 3.0 ได้รับเงินอุดหนุน 1.5 แสนบาทต่อคัน ส่วนในปี 2568 จะลดเงินอุดหนุนเหลือ 7.5 หมื่นบาทต่อคัน และปี 2569-2570 จะลดเงินอุดหนุน 5 หมื่นบาทต่อคัน ทั้งนี้ มีค่ารถยนต์เซ็นสัญญากับกรมแล้วอีก 8 ราย รวมแล้วมีประมาณ 30 ราย ซึ่งถือว่าครอบคลุมเกือบทุกค่ายรถยนต์ทั้งหมดที่มีในไทยแล้ว ซึ่งเป็นการรักษาฐานการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ของไทย

ที่มา : สรรพสามิต ชงงบกลาง 7 พันล้าน หนุนรถอีวี 3.5 หมื่นคัน คาดโรงงานผลิตอีวีชดเชยปีแรก 8-9 หมื่นคัน (matichon.co.th)

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 147
Post Date: วันที่ 8 กรกฎาคม 2567


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้