ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 35.63 อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อน หลังดอลลาร์แข็งค่า ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐ-ประชุมเฟด

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 35.63 บาท/ดอลลาร์ จาก เย็นวันศุกร์ที่ระดับ 35.31 บาท/ดอลลาร์

โดยเงินบาทอ่อนค่าจากท้ายตลาด เนื่องจากวันศุกร์ที่ผ่านมาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาแข็ง แกร่งกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเด้งกลับขึ้นมา ทำให้ดอลลาร์แข็งค่า ประกอบกับทองคำหลุด 2,000 เหรียญไปแล้ว จึงคาดว่ามี flow ฝั่งทองคำ ทำให้บาทอ่อนค่าด้วย

ปัจจัยที่ตลาดรอติดตามวันนี้ คือ ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ (CPI)

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.55 - 35.80 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 145.64 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 144.26 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0766 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.0774 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 35.268 บาท/

ดอลลาร์

  • รมว.พาณิชย์ เตรียมนำภาคเอกชนไปเจรจาการค้า และจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าในนครคุนหมิง ประเทศจีน

และในระหว่างการเยือน ระหว่างวันที่ 17-18 ธ.ค.2566 เพื่อลงนามในเอ็มโอยูเพื่อซื้อขายสินค้าเกษตร ระหว่างภาคเอกชนของ

ทั้ง 2 ประเทศ เบื้องต้นมียอดมูลค่าการซื้อขายสินค้าประมาณ 5,600 ล้านบาท ซึ่งจะมีมันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของผู้

ประกอบการใน จ.นครราชสีมา, สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป

  • ททท. กางแผนยุทธศาสตร์ปี 67 สานเป้าใหม่รัฐบาล เร่งรายได้ตลาดต่างประเทศเพิ่มอีก 5 แสนล้าน หนุนรายได้

รวมแตะ 3.5 ล้านล้านบาท อ้อนรัฐของบ ทำตลาดสู้คู่แข่งดันไทยยืนหนึ่งเวทีโลก จ่อชงยาแรงต่ออายุ "วีซ่าฟรี" พร้อมขยายตลาด

เพิ่มวันพำนัก กระตุ้นใช้จ่าย ด้านทัวริสต์จีน ตั้งเป้าโตก้าวกระโดด 8.5 ล้านคน ผนึกแอตต้า เดินหน้าโรดโชว์แดนมังกร 11-15

ธ.ค. ปลุกเชื่อมั่นดึงตลาดกรุ๊ปทัวร์

  • "หอการค้า" เผยเอสเอ็มอี ภาคท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มภัตตาคาร สถานบันเทิง ขนส่ง ด้าน "กลุ่ม

สปา-ของที่ระลึก" ยังน่าห่วง ชงรัฐ 3 แนวทางช่วยเหลือ ด้านสมาคมโรงแรมไทย ชี้แนวโน้มธุรกิจโรงแรมท่องเที่ยวปี 67 ตลาด

ดาวรุ่ง โดดเด่น คือ อินเดีย เกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง เวียดนาม และ อินโดนีเซีย

  • รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลาง

สหรัฐ (เฟด) วันที่ 12-13 ธ.ค.66 คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 5.25-5.50% ต่อเนื่อง หลังจากเงินเฟ้อสหรัฐลดลงกว่า

คาด และตลาดแรงงานสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงลง แม้เงินเฟ้อสหรัฐจะทรงตัวในระดับสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ 2% ค่อนข้าง

มาก แต่ทิศทางเงินเฟ้อที่ชะลอลงประกอบกับตัวเลขยอดค้าปลีกและการใช้จ่ายผู้บริโภคที่อ่อนแรงลงก็ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับแรง

กดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐ

  • การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด (UNCTAD) คาดการณ์ในรายงานอัปเดตการค้า

โลก (Global Trade Update) ว่า การค้าทั่วโลกน่าจะหดตัวลง 5% แตะระดับประมาณ 30.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี

2566 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการที่ประเทศพัฒนาแล้วส่งออกได้ค่อนข้างซบเซา ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็

ปรับตัวลงด้วย

  • ดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์

(11 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และการประชุมนโยบาย

การเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันจันทร์ (11 ธ.ค.) โดยสัญญาทองคำปิดในแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 3

และร่วงหลุดจากระดับ 2,000 ดอลลาร์ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผย

ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐและการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้

  • สหรัฐมีกำหนดเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนพ.ย.ในวันนี้ เวลาประมาณ 20.30 น.ตามเวลาไทย และจากนั้นจะ

เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพ.ย.ในวันพุธ โดยนักลงทุนจับตาข้อมูลเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของ

สหรัฐ รวมทั้งจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 12-13 ธ.ค.นี้

  • ข้อมูลล่าสุดจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตรา

ดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 12-13 ธ.ค.นี้ แต่ให้น้ำหนักเพียง 43% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน

มี.ค. 2567 และให้น้ำหนักเกือบ 75% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. 2567

  • ข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือนพ.ย.จากสหพันธ์

ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย., การผลิตภาคอุตสาหกร

รมเดือนพ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนธ.ค.จากเอสแอนด์พี โกลบอล และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ

(PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนธ.ค.จากเอสแอนด์พี โกลบอล

  • นอกจากตลาดรอผลการประชุมนโยบายการเงิน ตัวเลขประมาณการ และ Dot Plots ของธนาคารกลางสหรัฐ

(เฟด) แล้ว ยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ด้วย

 

ที่มา: ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 35.63 อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อน หลังดอลลาร์แข็งค่า ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐ-ประชุมเฟด

อ่านต่อ


Total View: 167
Post Date: วันที่ 12 ธันวาคม 2566


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้