เจาะลึก บอร์ดเอลนีโญ ประเมินโลกร้อน โลกรวน ไทยกระทบหนัก 7 ด้าน

ประเทศไทยในยุคโลกเดือด ใต้เงารัฐบาล "เศรษฐา ทวีสิน" คณะกรรมการรับสถานการณ์เอลนีโญ ประเมินโลกร้อน โลกรวน กระทบชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจ ในฤดูแล้งแรุนแรง 7 ด้าน
ทั่วโลกเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" โดยเฉพาะ "ปรากฎการณ์เอลนีโญ" ที่คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงตั้งแต่ปลายปีนี้ไปจนถึงปีหน้าหรืออาจยาวกว่านั้น รัฐบาลภายใต้การนำของ "เศรษฐา ทวีสิน" ชูธงนำด้านเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนประเทศ มีเสียงวิพากวิจารณ์ว่า การแถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 – 12 ก.ย. 2566 ใน "มิติด้านสิ่งแวดล้อม" เป็น 1 ในนโยบายเร่งด่วน 100 วัน
“ความแปรปรวนของสภาพอากาศและโรคอุบัติใหม่ นอกจากจะเป็นภัยพิบัติที่สร้างผลกระทบโดยตรงต่อมนุษยชาติแล้ว ยังส่งผลทางอ้อมให้เกิดกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับใหม่ ๆ ที่ส่งผลต่อรูปแบบการค้าและการท่องเที่ยวของโลก สภาวะอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) ที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) และได้สร้างความเสี่ยงให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยจำนวนมากที่รัฐบาลจะต้องเตรียมความพร้อมรับมือเพื่อลดผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชน” คำแถลงนโยบาย ของ คณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงต่อรัฐสภา วันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566
ขณะเดียวกัน นายเศรษฐา กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยการดำเนินการสภาพภูมิอากาศ (Climate Ambition Summit) ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 78 (UNGA78) สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยจะผลักดันไทยยกเลิกใช้ถ่านหิน เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด พื้นที่สีเขียว ขับเคลื่อนกรีนไฟแนนซ์
การประชุมคณะกรรมการเพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญ (El Nino) และ ลานีญา (La Nina) ของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2566 แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญและลาณีญาของประเทศไทย ประกอบคณะกรรมการจำนวน 21 ราย โดยมี รองนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นประธานกรรมการ และอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นกรรมการและเลขานุการ นอกจากนี้ยังมีการพิจารณา ยุทธวิธี ยุทธศาสตร์ และเป้าหมายการทำงาน
ในการประชุม นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองประธานกรรมการ ชี้แจงสภาวะอากาศของโลก ความเปลี่ยนแปลง และผลกระทบต่างๆ ระบุว่า โลกร้อนขึ้นแน่นอน โลกรวนมีความแปรปรวน ทั้งที่สามารถคาดการณ์ได้และไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก มีมหาสมุทรอยู่ 2 ฝั่ง ฝั่งตะวันออก คือมหาสมุทรแปซิฟิก โดยทะเลจีนใต้ ฝั่งตะวันตก คือมหสุทรอินเดีย โดยทะเลอันดามัน
ดังนั้นประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจาก 2 มหาสมุทรที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันได้ภายใน 10 นาที - 1 ชั่วโมง ความแปรปรวนจึงมีสูงมากจนบางครั้งไม่สามารถแก้ไขได้ทัน ผลกระทบที่สำคัญจะกระทบชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจ
ประเทศไทยจึงต้องบริหารความเสี่ยง เตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญเหตุความแห้งแล้งที่รุนแรงและยาวนาน เพราะปรากฎการณ์เอลนีโญจะเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งจะแสดงความรุนแรงชัดเจนในช่วงฤดูแล้งและจะแสดงความรุนแรงมากขึ้นในปีต่อๆไป โดยความเสียหายที่จะเกิดขึ้น กระทบ 7 ด้าน
ระบบนิเวศป่าไม้
- ป่าดิบชื้นเปลี่ยนเป็นป่าดิบแห้ง
- แอ่งซับน้ำตามไหล่เขาจะเหือดแห้ง
- ต้นนำจะไม่มีน้ำซับและน้ำใต้ดิน
- เศษใบไม้จะพอกพูนเป็นเชื้อไฟป่า
- จะมีไฟป่าขนาดใหญ่
- หญ้าและทุ่งหญ้าจะหมดไป สัตว์เท้ากีบจะอดยาก และต่อเนื่องไปถึงสัตว์กินเนื้อ
- ช้างจะออกอาละวาดหนัก กว่า 2,500 ตัว
- น้ำตกจะเหือดแห้ง
ระบบนิเวศทางน้ำ
- อ่างเก็บน้ำจะเหลือน้ำแค่ท้องอ่างทำชลประทานไม่ได้และไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้
- คลอง หนอง บึง จะเหือดแห้ง
- Wetland (พื้นที่ชุ่มน้ำ ) จะถูกทำลาย
- ฝั่งคลองและแม่น้ำจะสไลด์ (ไม่มีน้ำกั้น)
- น้ำทะเลจะสูงขึ้น
- พืชน้ำจะตาย สัตว์ขนาดเล็กก็ตาย ปลาตามธรรมชาติจะขาดอาหาร
- ปลาน้ำจืดและสัตว์น้ำจืดตาย
- ปลาที่ขายตามตลาดสดจะเน่าเสียเร็วเพราะอากาศร้อน
ระบบนิเวศทางอากาศ
- อากาศจะร้อนและแห้งจัด
- ฝุ่นจะกระจายไปทั่วโดยเฉพาะตามถนน
- P.M 2.5 จะรุนแรง
- เกิดไฟไหม้ง่ายขึ้น
- นกจะเข้ามาอาศัยตามวัด/บ้านเรือน
การประมง
- ปลาตามธรรมชาติจะตาย
- ปลาในกระชังเลี้ยงไม่ได้
- ปลาตามบ่อเลี้ยงไม่ได้
- ปลาน้ำจืดขาดแคลนมีราคาสูง
- นกน้ำจะล้มตาย
- พายุ ถ้ามีจะรุนแรงมาก
- น้ำท่วมจะท่วมเฉพาะพื้นที่
ปศุสัตว์
- การเลี้ยงสัตว์ในทุ่งทำไม่ได้อีกต่อไป
- โรงเลี้ยงจะร้อนมาก สัตว์จะตาย
- อาจจะมีโรคระบาดแปลกๆ เกิดขึ้น
- ราคาเนื้อสัตว์จะแพง
- เนื้อสดที่ขายตามตลาดจะเน่าเสียเร็ว เนื่องจากอากาศที่ร้อน
การเกษตร
- ไม้ผลจะตายหรือไม่มีผลผลิต
- พืชไร่ที่ใช้น้ำมากอย่าง เช่นข้าว จะเหลือที่ปลูกน้อย
- ดินจะแข็งไถยากขึ้น
- ผลผลิตพืชทุกชนิดจะลดลงราคาอาจสูงขึ้น
- วัชพืชจะเกิดได้เร็ว
- อาจมีโรคอุบัติใหม่
- ผลไม้ที่เก็บแล้วจะสุกเร็วมาก
- ระยะเวลาที่เกษตรกรอยู่ในไร่จะน้อยลง ทำให้ได้ผลผลิตน้อยลง
น้ำกินน้ำใช้
- ขาดแคลนไม่พอใช้
- ไม่มีเลย
- คุณภาพน้ำไม่ดี
ทั้งนี้เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ หากเกิดขึ้นยาวนาน 3 ปีขึ้นไป ต้องปรับตัว (Adaptation) ด้วยการจัดทำยุทธวิธี ดังนี้
- ติดตามประเมินสถานการณ์รายวัน และสรุปแบบรายสัปดาห์ รายเดือน และรายปีเพื่อให้ทราบและเข้าใจในภาพรวม
- จัดทำแถลงการณ์ ประกาศสถานการณ์พื้นที่ภัยพิบัติ มีการประชาสัมพันธ์ให้ขาวที่แม่นยำ ชัดเจน เข้าใจง่าย โดยมีการเดินทางไปตรวจสอบยืนยันว่าอยู่ในสภาวะที่ต้องประกาศการเตือนภัย
- เตรียมแผนเผชิญเหตุ เพื่อลดผลกระทบ
- เตรียมทำแผนช่วยเหลือฟื้นฟูและเยียวยา
- เตรียมทำแผนการปรับตัว (Adaptation) สำหรับระยะยาว
- จัดสัมมนาทางวิชาการเพื่อระดมความคิดและจัดทำคลังข้อมูลแห่งชาติ
- ประสานข้อมูลจากต่างประเทศ
- ให้ใช้ระบบเทคโนโลยีสาระสนเทศให้เกิดประสิทธิภาพที่สุดและใช้ระบบเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารข้อมูล
ที่มา : เจาะลึก บอร์ดเอลนีโญ ประเมินโลกร้อน โลกรวน ไทยกระทบหนัก 7 ด้าน (thansettakij.com)