YLG ชี้เงินบาทอ่อนค่าหนัก ลุ้นทองคำทะลุ 3.3 หมื่นบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ แนะทยอยขายทำกำไร

- ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในวันที่ 26 ก.ย. 2566 พบว่า ราคายังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมค้าทองคำ ได้ประกาศราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออกบาทละ 32,900 บาท เพิ่มขึ้น 50 บาทในเช้าวันนี้ โดย YLG มองว่า ราคาทองคำจะเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่
พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า สาเหตุทองคำในประเทศ ทำ All Time High ที่ระดับ 33,050 บาทต่อบาททองคำ (ราคาขายออก) แม้ทองคำตลาดโลกจะนิ่ง เหตุเงินบาทอ่อนค่ากว่า 4% จากต้นปี คาดหากอ่อนค่าถึง 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มีโอกาสเห็นราคาทองคำในประเทศทะลุ 33,250 บาทต่อบาททองคำ
ทั้งนี้ ราคาทองคำในประเทศที่เคลื่อนไหวในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง ทำราคาสูงสุดใหม่อีกครั้ง และมีแนวโน้มที่จะทำราคาสูงสุดใหม่ต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ตามทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทะลุ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ตามสกุลเงินในภูมิภาคที่อ่อนค่าอยู่ในช่วงนี้ โดยจากต้นปีค่าเงินบาทอ่อนค่าแล้วกว่า 4% เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรไทยมีอัตราผลตอบแทนต่ำ เมื่อเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ โดยจากการคาดการณ์ของตลาดที่มองว่า อาจจะมีโอกาสได้เห็นเงินบาทอ่อนค่าถึง 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
หากเงินบาทอ่อนค่าไปถึงระดับนั้น ราคาทองคำในประเทศก็มีโอกาสขึ้นไปแตะ 33,250-33,550 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งหากราคาทองคำขึ้นไปถึงจุดนั้น แนะนำแบ่งขายทำกำไร อย่างไรก็ดี ไม่ใช่เพียงราคาทองคำในประเทศไทยเท่านั้นที่ทำราคาสูงสุดใหม่ แต่ราคาทองคำในภูมิภาคก็ทำราคาสูงสุดใหม่เช่นกัน โดยที่ราคาทองคำในตลาดโลกไม่ได้เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงมากนัก
อย่างไรก็ตาม วายแอลจีประเมินว่า การอ่อนค่าของเงินบาทน่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากหากพิจารณาจากภาพรวมเศรษฐกิจของทั่วโลกแล้ว มองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่สามารถยืนนโยบายดอกเบี้ยระดับสูงไว้เป็นระยะเวลานานได้ เพราะอาจจะกระทบต่อธุรกิจ SME และภาคธนาคาร จึงมองว่าภายในไตรมาส 1 ปีหน้า อัตราดอกเบี้ยจะเริ่มปรับลดลง
สำหรับราคาทองคำในประเทศที่ปรับขึ้นมาจนสามารถทำ All Time High ในช่วงนี้ จึงมองว่าจะเป็นการปรับขึ้นมาในระยะสั้น นักลงทุนสามารถเก็งกำไรได้ในกรอบแนวรับ 32,450-32,150 บาทต่อบาททองคำ และหาจุดทำกำไรที่แนวต้าน 33,250-33,550 บาทต่อบาททองคำ
อย่างไรก็ดี แม้จะมองว่าราคาทองปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วแค่ระยะสั้น แต่ภาพใหญ่ในระยะ 3-5 ปี ราคาทองคำก็ยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในแดนบวก เพราะทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงดังกล่าวน่าจะเริ่มเป็นขาลง.