“ราคาทองคำ” ครึ่งหลังปี 66 ยังมีโอกาสขยับขึ้นต่อได้อีก

ราคาทองคำครึ่งหลังปี 2566 ยังขยับขึ้นได้อีก หลังภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่สดใส ด้านธนาคารกลางในหลายประเทศยังเดินหน้าสะสมทองคำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้เฟดเตรียมขึ้นดอกเบี้ยช่วง ก.ย.นี้
ทองคำ ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ที่มีไว้แล้วอุ่นใจ ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจมีปัญหา และยังรับมือกับความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อได้ดี รวมทั้งท่าทีของเศรษฐกิจโลกยังสร้างความกังวลใจให้นักลงทุน ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ราคาทองก็มีโอกาสขยับขึ้นได้อีก
แต่ในทางกลับกันหากวิกฤติสถาบันการเงินในสหรัฐสามารถคลี่คลายได้ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอยเบาบางลงราคาทองคำก็อาจที่จะปรับลดลงได้เช่นกัน
ด้านนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ระบุว่า ทิศทาง "ราคาทองคำ" ในช่วงนี้ยังคงเป็นลักษณะแกว่งตัวลง เนื่องจากในช่วงนี้ตลาดรอดูผลการประชุมของ ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะเกิดขึ้นช่วงปลายเดือน ก.ย. 66 ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย
ขณะที่ก่อนหน้านี้ประธานเฟด ได้ล่าวสรุปในการประชุม Dot Plot ว่าดอกเบี้ยควรจะขึ้นไปอยู่ที่ 5.6% แต่ปัจจุบันอยู่ที่5.25-5.5% ดังนั้น จึงมีโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้ง

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG)
อย่างไรก็ตามหากผลการประชุมออกมาตามคาด และอัตราดอกเบี้ยเริ่มนิ่ง ก็จะถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกต่อตลาดทองคำหลังในช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำแกว่งตัว
เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น โดยหากดอกเบี้ยเริ่มนิ่งก็มีโอกาสที่ภายในช่วงปลายปีทองคำจะทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งได้
ธนาคารกลางในหลายประเทศยังเดินหน้าสะสม "ทองคำ" ต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำ ปี 2566 โดยจากข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) คาดว่าธนาคารกลางจะเพิ่มการถือครองทองคำต่อไป แม้ว่าจะชะลอตัวลงกว่าปีที่แล้ว
เมื่อความต้องการพุ่งสูงขึ้นในการแสวงหาทางเลือกอื่นแทนเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรเงินสำรองของรัสเซีย หลังจากการรุกรานยูเครน
สอดคล้องกับทิศทางของ ธนาคารกลางจีน ที่พบว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการ "เพิ่มปริมาณทองคำสำรอง" ถึง 7.4 แสนทรอยออนซ์ ในเดือนก.ค. 2566 หรือเทียบเท่า 23 ตัน ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน
ส่งผลให้ในขณะนี้ จีนมีทองคำสำรองอยู่ที่ 2,137 ตัน โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 188 ตัน ในการจัดซื้อที่เริ่มขึ้นในเดือนพ.ย. 2565
โดยธนาคารกลางจีน ถือเป็นธนาคารกลางรายใหญ่ ที่เป็นผู้นำในการซื้อทองคำในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากจีนยังคงกระจายทุนสำรองของตนอย่างต่อเนื่อง
รวมไปถึงการใช้นโยบายลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (De-Dollarization) ซึ่งช่วยให้ราคาทองคำยังคงลอยตัว แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกจะสูงขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทั่วโลก จะทำให้ความต้องการของทองคำแท่งที่ไม่มีดอกเบี้ยลดลง
ในขณะเดียวกัน ยอดรวมทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศทุนของจีน เพิ่มขึ้นเป็น 3.204 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก.ค. โดยเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก่อนหน้า
ที่มา : “ราคาทองคำ” ครึ่งหลังปี 66 ยังมีโอกาสขยับขึ้นต่อได้อีก (thansettakij.com)