หอการค้าคาดใช้จ่ายวันแม่คึกคักแตะหมื่นล้าน แม้ยังหวั่นค่าครองชีพสูง-ศก.ฟื้นไม่จริง

หอการค้าคาดใช้จ่ายวันแม่คึกคักแตะหมื่นล้าน แม้ยังหวั่นค่าครองชีพสูง-ศก.ฟื้นไม่จริง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า คาดการณ์การใช้จ่ายในวันแม่แห่งชาติ 8 สิงหาคมนี้ อยู่ประมาณ 10,632.57 ล้านบาท แบ่งเป็นการทำกิจกรรม อยู่ที่ 9,892.50 ล้านบาท และการเดินทางท่องเที่ยว 740.07 ล้านบาท คิดเป็นการใช้จ่ายที่ลดลง 2.3% เทียบกับปี 2565 ที่มีมูลค่าการใช้จ่ายอยู่ที่ 10,883.32 ล้านบาท แต่เชื่อว่าบรรยากาศยังคึกคักเหมือนปี 2565 ทั้งนี้ เป็นการสำรวจระหว่างวันที่ 2 – 5 สิงหาคม 2566 จำนวน 1,250 ตัวอย่างทั่วประเทศ
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่า การใช้จ่ายเพื่อบุพการีมีเพิ่มขึ้น แต่ในวันสำคัญอย่างวันแม่ บรรยากาศการใช้จ่ายนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในกลุ่มคนมีรายได้น้อย เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงมากกับการดูแลบุพการี ทำให้การสำรวจทัศนคติต่อการดูแลบุพการี กลุ่มที่มองว่าเป็นภาระคือ กลุ่มผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก จึงเป็นโครงสร้างที่ในอนาคตกลุ่มผู้สูงอายุจะมากขึ้น แต่อัตราการเกิดน้อยลง ทำให้บางครอบครัวอาจเป็นผู้สูงอายุอย่างเดียวโดยไม่มีลูกหลายดูแล จึงมีมุมมองเชิงสังคมว่า การดูแลผู้สูงอายุจะต้องมีสิ่งเอื้ออำนวยความสะดวกในการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อดูแลในเชิงสังคมสงเคราะห์ เพราะหากเราไม่สามารถลดปัญหาความยากจนหรือความเหลื่อมล้ำได้ กลุ่มที่มีรายได้น้อยได้จะเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางในการดูแลผู้สูงอายุมากที่สุด
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า พฤติกรรมในการใช้จ่ายเพื่อแม่มีมากขึ้นในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ อาทิ พาแม่ไปทานอาหาร มีผู้ตอบแบบสอบถามมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ที่ตอบว่าอยู่บ้านเฉยๆ ปีนี้ลดลงจากเดิมเมื่อเทียบกับปี 2565 เพราะปีที่ผ่านมาอาจเป็นการระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย เพราะภาพรวมเศรษฐกิจ แต่ปีนี้เมื่อเห็นเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวได้มากขึ้น ก็มีความตั้งใจในการพาแม่เดินทางท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมเชิงบวกร่วมกันมากขึ้น สะท้อนถึงกลุ่มคนเหล่านี้มีความพร้อมมากขึ้น แต่ทุกอย่างในการดำเนินกิจกรรมติดลบเป็นส่วนใหญ่ สะท้อนถึงการใช้จ่ายแบบระมัดระวังมากขึ้น โดยสิ่งที่ซื้อให้บุพการีก็เป็นของที่มีความจำเป็นและมีประโยชน์โดยเฉพาะ หรือหากเดินทางท่องเที่ยวก็เป็นการเที่ยวเฉพาะในจังหวัดหรือภูมิภาคของตัวเอง ซึ่งถือเป็นการตั้งใจใช้จ่ายน้อยลง ประหยัด แม้ยังอยากใช้จ่ายอยู่ เพราะคนมองว่าเศรษฐกิจดูดีขึ้น
“ความกังวลที่มีอยู่เป็นเรื่องค่าครองชีพ เพราะคนกลัวว่าหากเศรษฐกิจยังไม่ดีก็อาจทำให้ตกงานได้ ส่งผลต่อฐานะทางการเงินที่อาจไม่ดีเท่าที่ควร หมายถึงของแพง ค่าครองชีพสูง รายได้เพิ่มไม่พอ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เพิ่ม เพิ่มแต่ยังไม่เพียงพอกับการทรงตัวของค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูงยุคปัจจุบัน” นายธนวรรธน์ กล่าว
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า รวมถึงตอนนี้มีความกังวลในปัญหาด้านยาเสพติดมากขึ้น ที่อาจมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพราะคนหาทางออกจากปัญหาเศรษฐกิจที่กลายเป็นปัญหาชีวิตไม่ได้ จนอาจหันไปพึ่งพายาเสพติดเพิ่มขึ้นได้ และปัญหาภัยแล้งที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) ประเมินว่าภัยแล้งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประมาณ 53,000 ล้านบาท ซึ่งหอการค้ามองว่าจะกระทบอยู่ประมาณ 40,000-60,000 ล้านบาท โดยวงเงินเฉลี่ยประมาณ 53,000 ล้านบาท จะกระทบในการดึงเศรษฐกิจลงประมาณ 0.3% แทนที่เศรษฐกิจจะเติบโตได้ ก็จะถูกย่อลงจากภัยแล้ง ที่มองว่าจะเป็นปัญหาในปี 2567 มากกว่าในปี้นี้ จึงเป็นเหตุผลที่หอการค้าต้องการให้รัฐบาลจัดตั้งได้เร็วภายในเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ เพื่อเตรียมงบประมาณรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้ง ใช้เงินเพื่อกระตุกเศรษฐกิจในภาวะภัยแล้งรุนแรงและส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรต่อไป
ที่มา : หอการค้าคาดใช้จ่ายวันแม่คึกคักแตะหมื่นล้าน แม้ยังหวั่นค่าครองชีพสูง-ศก.ฟื้นไม่จริง (matichon.co.th)