10 วิธี ‘วางแผนการเงิน’ แบบ ‘ชักหน้าให้ถึงหลัง’ ฉบับมนุษย์เงินเดือน

ใกล้สิ้นเดือนเมื่อไหร่ หลายคนก็เริ่มกุมขมับ เพราะบิลต่างๆ ทะยอยมมาถึงมือ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ค่าบัตรเครดิต แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว จะจัดสรรเงินเดือนที่มีอยู่น้อยนิด ให้เพียงกับค่าใช้จ่ายอย่างไร?
หลายคนอาจคิดว่าการบริหารเงินให้สมดุลกับเงินเดือนเป็นเรื่องยาก แต่หากวางแผนดีๆ นอกจากจะสามารถใช้เงินได้อย่าง ‘ชักหน้าให้ถึงหลัง” แล้ว ยังสามารถมี ‘เงินเก็บ’ ไว้ใช้ยามฉุกเฉินในอนาคตได้อีกด้วย
การบริหารเงินอาจไม่ยากอย่างที่คิด หากเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับตัวเอง เว็บไซต์เงินติดล้อ ได้แนะนำ 10 วิธีวางแผนการเงิน สำหรับเหล่ามนุษย์เงินเดือน ให้เพียงพอกับการใช้จ่าย พ่วงด้วยเงินเก็บ ที่เราอาจจะคิดไม่ถึงว่ามนุษ์เงินเดือนอย่างเราๆ จะสามารถทำได้ มาดูกันเลย 10 วิธีนั้นมีอะไรบ้าง
-
ทบทวนความจำเป็นก่อนใช้จ่าย
การจะมีเงินเหลือเก็บได้หรือไม่นั้น การหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณสามารถกลั้นใจ วางแผนการเงิน และทบทวนถึงความจำเป็นก่อนที่จะนำเงินไปใช้จ่ายได้ รับรองได้ว่ามีเงินใช้จ่ายตลอดรอดฝั่งแน่นอน
โดยในระยะแรกอาจใช้วิธีในการตั้งเป้าหมาย เช่น เก็บออมไว้เพื่อดาวน์รถ ซื้อโทรศัพท์ใหม่ ใช้เป้าหมายเหล่านี้ในการเตือนตัวเองว่าต้องออมเงินเอาไว้เพื่ออะไร จะทำให้เราสามารถกลั้นใจไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้ และสร้างนิสัยในการเก็บออมขึ้นมาเอง
-
กำหนดเงินใช้เป็นรายวัน
ลองวางแผนการเงินดูว่า หลังจากหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนอย่างค่าเช่าบ้าน หรือค่าเดินทางออกไปแล้ว ใน 1 วันเราควรใช้เงินเท่าไหร่ แล้วกำหนดให้ในแต่ละวันว่าเราควรพกเงินไปใช้แค่จำนวนนั้น เพื่อป้องกันการใช้เงินเกินตัว
ยกตัวอย่างเช่น เรามีเงินเดือน 20,000 บาท หักค่าที่พักและค่าเดินทางไป 8,000 บาท เหลือเงิน 12,000 บาท
หากคำนวณแล้วใน 1 วันสามารถอยู่ได้ด้วยเงินเพียง 200 บาท หรือ 6,000 บาทต่อเดือน
สรุปแล้ว ในเดือนนั้นเราจะมีเงินเก็บทั้งหมด 6,000 บาทเลยทีเดียว
แต่ทั้งนี้จำนวนเงินที่ใช้ และภาระค่าใช้จ่ายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน แต่หากเราสามารถเปิดใจกำหนดเงินใช้เป็นรายวันได้ รับรองว่ามีเงินเพียงพอใช้ทุกเดือนอย่างแน่นอน

-
งดการออกไปเดินห้างสรรพสินค้า
ในเวลาว่างไม่มีอะไรทำ หลายๆ คนมักมีงานอดิเรกในการไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า แม้ว่าในทีแรกจะไม่ได้ตั้งใจซื้ออะไร แต่ผ่านไปสักพักหนึ่งก็พบว่าเสียเงินไปกับสิ่งล่อตาล่อใจเข้าเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นขนมหวาน ร้านอาหาร หรือเสื้อผ้าจัดโปรโมชั่น
หากเราไม่สามารถวางแผนการเงินเพื่อซื้อสิ่งเหล่านี้ได้ แต่อย่างน้อยก็ควรชักจูงตัวเองให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในภาวะเสี่ยงที่ดึงดูดให้เราต้องใช้เงิน ดังนั้น การงดออกไปเดินห้างสรรพสินค้าจะช่วยให้เราขจัดความเสี่ยงการใช้จ่ายเงินอีกทางหนึ่ง
-
ลดการใช้บัตรเครดิต
มนุษย์เงินเดือนจำนวนมาก เผลอตัวก่อหนี้ไปโดยไม่รู้ตัวผ่านสิ่งที่เรียกว่าบัตรเครดิต แม้ว่าบัตรเครดิตจะช่วยเพิ่มความสะดวกเหมือนกับการนำเงินในอนาคตมาใช้ในการผ่อนสินค้า และยังมีคะแนนสะสมให้แลกสิทธิพิเศษอีกมากมาย ทำให้หลายๆ คนเผลอตัวเผลอใจใช้ไปโดยไม่ทันวางแผนการเงินให้ดีๆ
แต่สุดท้ายก็กลายเป็นหนี้บัตรเครดิตก้อนโต จ่ายได้เพียงขั้นต่ำ แถมยังมีดอกเบี้ยตามมาอีก เพราะฉะนั้น แนะนำว่าให้ใช้บัตรเครดิตแต่พอดี หรือจ่ายด้วยเงินสดไปเลย จะช่วยลดโอกาสก่อหนี้ลงไปได้มาก

-
เคลียร์หนี้สินให้หมด
หนี้สินคั่งค้างก็เป็นอีกหนึ่งตัวการให้เราวางแผนการเงินได้ยาก เพราะเงินที่ได้มาต้องนำไปจ่ายหนี้ก่อนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตที่มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มักจะมีกัน
แนะนำว่าให้รีบโปะเคลียร์หนี้สินที่มีทั้งหมด เพื่อที่ในแต่ละเดือนจะได้มีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ได้ในอนาคต
-
งดใช้เงินโบนัส
สิ่งที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนทุกคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาคอยนั่นก็คือโบนัสรายปี แต่อย่าเพิ่งดีใจเผลอใช้ไปจนหมดเด็ดขาด เพราะนี่คือโอกาสที่เราจะได้มีเงินก้อนโตเก็บเอาไว้ใช้ เผื่อในอนาคตมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน เงินก้อนนี้อาจจะช่วยเราได้เป็นอย่างดีในอนาคต
-
ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
การทำบัญชีรายรับรายจ่ายแม้จะดูเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ก็เป็นวิธีวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพรูปแบบหนึ่งเลยทีเดียว
หากจดบันทึกการใช้จ่ายทุกอย่างลงในรายรับรายจ่าย เมื่อได้กลับมาอ่านทบทวนอีกที จะทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมได้ว่า มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ดูไม่จำเป็น หรือปรับลดลงได้บ้าง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการใช้เงินฟุ่มเฟือยในแต่ละเดือนลงได้
โดยปัจจุบันมีแอปพลิเคชันบัญชีรายรับรายจ่ายบน Smartphone เป็นจำนวนมากให้เลือกใช้อย่างสะดวก

-
เปิดบัญชีเงินฝากประจำ
บัญชีเงินฝากประจำนั้นจะคล้ายกับบัญชีเงินฝากธนาคารแบบทั่วไป แต่ต่างกันตรงที่จะไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ก็แลกกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากธรรมดาหลายเท่าตัว
โดยปกติแล้วบัญชีเงินฝากประจำจะบังคับให้ฝากเงินติดต่อกันเรื่อยๆ โดยห้ามถอนออกมาเป็นระยะเวลา 12 เดือน 18 เดือน หรือ 24 เดือน โดยให้ดอกเบี้ยตั้งแต่ 1% ไปจนถึง 3% ตามแต่เงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
ยกตัวอย่าง บัญชีเงินฝากประจำของธนาคาร A ให้ดอกเบี้ย 3% ต่อปี โดยมีระยะเวลาในการฝาก 24 เดือน
หากคุณฝากประจำเดือนละ 5,000 จนครบระยะเวลา คุณจะได้รับเงินก้อนมากถึง 123,750 บาทเลยทีเดียว
-
ห้ามใช้แบงก์ 50
อีกหนึ่งวิธีเก็บเงินยอดฮิตที่ใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย นั่นก็คือทุกครั้งที่มีแบงก์ 50 บาท จะต้องเก็บเอาไว้ห้ามนำไปใช้นั่นเอง ซึ่งปกติแล้วแบงก์ 50 นั้นมีโอกาสเจอได้ยาก จึงไม่เป็นภาระต่อค่าใช้จ่ายรายวันมากนัก
หากลองคิดดูเล่นๆ ว่าแต่ละใน 1 สัปดาห์ได้รับแบงก์ 50 เฉลี่ยสัปดาห์ละ 4 ใบ ใน 1 ปี (52 สัปดาห์) จะมีเงินเก็บมากถึง 10,400 บาทเลยทีเดียว

-
เก็บก่อนใช้
ทำอย่างไรก็ไม่สามารถวางแผนเพื่อเก็บเงินเอาไว้ได้จริงๆ วิธีที่หักดิบที่สุดก็คือชิงเก็บเงินเอาไว้ก่อนจะนำไปใช้ โดยเมื่อรับเงินเดือนมาแล้ว ให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็น กำหนดจำนวนเงินที่ต้องการจะเก็บแล้วรีบจัดการทันที
อาจใช้เป็นการถอนเงินออกมาหยอดไว้ในกระปุก หรือนำไปฝากไว้ในบัญชีเงินฝากประจำ เพื่อป้องกันการเผลอนำเงินออกไปใช้ หากสามารถทำแบบนี้ได้ทุกเดือน รับรองว่าวินัยในการออมเงินจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
แม้ว่าการบริหารการเงินอาจจะทำได้ยาก และต้องมีวินัยในตัวเองค่อนข้างสูง แต่ถ้าหากเราเอาชนะใจตัวเอง ไม่เพียงแต่สามารถบริหารจัดการเงินแบบชักหน้าให้ถึงหลังได้เท่านั้น แต่ยังมีเงินเหลือเพื่อใช้จ่ายอย่างอื่นในอนาคตอีกด้วย
ที่มา : 10 วิธี 'วางแผนการเงิน' แบบ 'ชักหน้าให้ถึงหลัง' ฉบับมนุษย์เงินเดือน (thebangkokinsight.com)