เตือนมิจฉาชีพแอบอ้างสถาบันการเงิน หลอกให้กู้เงินออนไลน์ระบาดหนัก!

ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย มิจฉาชีพแอบอ้างสถาบันการเงิน หลอกลวงให้กู้เงินออนไลน์ระบาดหนัก 1-30 มิ.ย. มีประชาชนถูกหลอกกว่า 1,739 เรื่อง เสียหาย 73 ล้าน

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. กล่าวว่า ทางบ ช.สอท. ได้รับรายงานจากการตรวจสอบสถิติการรับแจ้งความผ่านศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์พบว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีผู้เสียหายหลายรายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้กู้เงินผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพจ facebook ซึ่งถูกมิจฉาชีพสร้างขึ้นมาโดยแอบอ้างชื่อเพจสถาบันการเงิน หรือธนาคารต่างๆ รวมถึงใช้สัญลักษณ์ของสถาบันการเงินนั้นๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะว่า กู้ง่าย อนุมัติเร็ว วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องมีหลักประกัน ใช้เอกสารน้อย เป็นต้น

เพราะฉะนั้นประชาชนต้องพึงระวังการกู้เงินในลักษณะดังกล่าว ต้องรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ผู้ให้บริการได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องหรือไม่ หากจำเป็นต้องกู้เงิน ควรเลือกกู้เงินจากสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ และศึกษารายละเอียดของผู้ให้กู้ให้ดี รวมถึงมีสัญญาการกู้ที่ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบ หากพบเห็นความผิดปกติ หรือข้อเสนอที่ดีเกินไปควรหลีกเลี่ยง อย่าหลงเชื่อว่าตัวเองโชคดี อย่างไรก็ตามในระหว่างวันที่ 1-30 มิ.ย. 66 มีประชาชนถูกหลอกลวงให้กู้เงินออนไลน์กว่า 1,739 เรื่อง หรือคิดเป็น 10.34% ของจำนวนเรื่องการรับแจ้งความออนไลน์ทั้งหมด และมีความเสียหายรวมกว่า 73 ล้านบาท

จึงขอฝากประชาสัมพันธ์แนวทางป้องกันการถูกหลอกลวงให้กู้เงินออนไลน์ ดังนี้

1.ถ้าผู้ให้บริการกู้เงินรายใด แจ้งให้ผู้ขอกู้โอนเงินก่อนไม่ว่าจะเป็นค่าใดๆ ก็ตาม สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพ

2.ตรวจสอบผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th

3.ระวังเว็บไซต์ปลอมที่แอบอ้างสถาบันการเงินต่างๆ โดยเว็บไซต์ปลอมจะไม่สามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ของเว็บไซต์ได้ คาดหวังเพียงหลอกลวงให้เหยื่อเพิ่มเพื่อนทางไลน์เท่านั้น

4.ระวังไลน์ทางการปลอม ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนโล่สีเขียว หรือโล่สีน้ำเงิน หรือไม่

5.ไม่ควรกู้เงินผ่านแอปพลิเคชัน ที่ถูกส่งลิงก์แนบมากับข้อความสั้น (SMS) หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ

6.แอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบ มักจะตั้งชื่อคล้ายคลึงกับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต หรือแอบอ้างเป็นผู้ได้รับอนุญาต ควรสอบถาม หรือหาข้อมูลด้วยตนเองจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ว่าเป็นแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการจริงหรือไม่

7.แอปพลิเคชันเงินกู้สามารถเข้าถึงข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์ มิจฉาชีพจะนำข้อมูลที่ได้ไปข่มขู่บุคคลดังกล่าวเพื่อให้ผู้กู้อับอายรีบนำเงินมาชำระโดยเร็ว

8.ไม่ควรหลงเชื่อเพียงเพราะมีการสร้างความน่าเชื่อ เช่น สอบถามข้อมูลส่วนตัว ให้ทำสัญญาเงินกู้ และขอเอกสารต่างๆ เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีเงินฝาก คล้ายกับการขอกู้ที่ธนาคารจริง

ที่มา : เตือนมิจฉาชีพแอบอ้างสถาบันการเงิน หลอกให้กู้เงินออนไลน์ระบาดหนัก! | เดลินิวส์ (dailynews.co.th)

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 152
Post Date: วันที่ 7 กรกฎาคม 2566


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้