ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ที่ไหนดี ปี 2566 วงเงินรักษาพยาบาล 5 แสนบาท จ่ายเบี้ยเบา ๆ

          ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ไหนดี ปี 2566 มาเปรียบเทียบแผนค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท ของแต่ละค่าย จ่ายเบี้ยไม่แพง

ประกันสุขภาพ

          การทำประกันสุขภาพ เป็นวิธีลดความเสี่ยงทางการเงินเมื่อเราเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาและจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการรักษาพยาบาล อย่างน้อยก็ช่วยเซฟเงินออมของเราเอาไว้ได้ แต่ในปัจจุบันมีประกันสุขภาพมากมายหลายแผนจนเลือกไม่ถูกว่า ประกันสุขภาพ ตัวไหนดี วันนี้เราจึงคัดแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย ของปี 2566 ที่มีวงเงินความคุ้มครอง 500,000 บาทต่อปี หรือต่อครั้ง มาเปรียบเทียบข้อมูลให้เห็นภาพกัน

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย คืออะไร

          ก่อนอื่นต้องทราบว่า ประกันสุขภาพส่วนใหญ่จะให้ความคุ้มครองกรณีเป็นผู้ป่วยใน (IPD) หรือต้องเจ็บป่วยถึงขั้นนอนโรงพยาบาล ยกเว้นว่าแผนนั้นจะให้ความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) มาด้วย หรือไม่เช่นนั้นเราก็ต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมเอง

          ทั้งนี้ ในแผนประกันสุขภาพจะแยกรายการค่าใช้จ่ายเป็นหมวดหมู่ เช่น ค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่าบริการทางการแพทย์ ค่ายา ค่ายากลับบ้าน ค่าห้องผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาลผ่าตัดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็น “ประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย” จะกำหนดวงเงินแต่ละรายการเอาไว้ และเราจะเบิกได้ไม่เกินวงเงินดังกล่าว เช่น ให้ค่าแพทย์ 700 บาท/วัน ค่าบริการทางการแพทย์และค่ายา ไม่เกิน 20,000 บาท/ครั้ง ถ้าเราเข้าโรงพยาบาลแล้วมีค่าแพทย์ 1,000 บาท ค่าบริการทางการแพทย์ 40,000 บาท ส่วนเกินนี้เราต้องจ่ายเอง

          ในขณะที่ “ประกันสุขภาพเหมาจ่าย” เป็นแบบประกันที่ไม่ได้กำหนดวงเงินแต่ละรายการ โดยจะเหมาจ่ายค่ารักษาให้ตามจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่คุ้มครองต่อครั้ง ยกเว้นบางรายการอาจกำหนดวงเงินไว้ เช่น ค่าห้อง ค่ายากลับบ้าน ค่าล้างไตหรือทำเคมีบำบัด อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลมากกว่าแบบแยกค่าใช้จ่าย และผู้ทำประกันอาจจะไม่ต้องจ่ายส่วนเกินเลย

ประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร

ข้อดี

  • มีวงเงินเหมาจ่ายค่ารักษาต่อปี และให้วงเงินสูง จึงค่อนข้างครอบคลุมค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริง 
  • ลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน เมื่อต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน หรือมีการรักษาที่ซับซ้อน
  • เคลมประกันง่าย เพราะแผนความคุ้มครองไม่ซับซ้อน

ข้อเสีย

  • เบี้ยประกันค่อนข้างสูงกว่าแบบแยกค่าใช้จ่าย 
  • เบี้ยประกันปรับเพิ่มตามวงเงินคุ้มครองที่สูงขึ้นและอายุของผู้ทำประกัน
  • ค่าห้องพักไม่ได้รวมอยู่ในวงเงินเหมาจ่าย จึงอาจต้องจ่ายเงินส่วนเกินเอง
  • บางกรมธรรม์อาจกำหนดวงเงินคุ้มครองการรักษาต่อครั้ง

ก่อนซื้อประกันสุขภาพ ต้องดูอะไรบ้าง

          สิ่งที่เราควรพิจารณาก่อนทำประกันสุขภาพ มีดังนี้

1. พิจารณาสวัสดิการที่ตัวเองมีอยู่

          สวัสดิการที่ว่าก็อย่างเช่น เรามีประกันสุขภาพสำหรับพนักงานของบริษัท หรือมีประกันสุขภาพเล่มเดิมอยู่ไหม ถ้าจะซื้อเพิ่มเติมก็ควรเลือกแผนประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองนอกเหนือจากเดิม หรืออาจพิจารณาเลือกซื้อแผนประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deduction) เพื่อจะได้จ่ายค่าเบี้ยประกันถูกกว่าปกติ 30-80%

          ความรับผิดส่วนแรก (Deduction) ตรงนี้หมายถึงการที่เราต้องจ่ายค่ารักษาส่วนแรกไปก่อน แล้วจึงจะเบิกเคลมส่วนที่เหลือจากประกันได้ เช่น ซื้อประกันที่มี Deduction 20,000 บาท หากเข้าโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 80,000 บาท เราจะต้องจ่ายเงินเอง 20,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 60,000 บาท ประกันถึงจ่ายให้ ดังนั้นถ้าเรามีสวัสดิการบริษัทหรือประกันเล่มเดิมอยู่ก็สามารถเบิกจากเล่มเดิมก่อนได้โดยไม่ต้องจ่ายเอง

2. พิจารณาความเสี่ยงการเจ็บป่วยของตัวเอง

          เรามีความเสี่ยงสูงที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ แค่ไหน เช่น มีญาติสายตรงเป็นโรคที่สืบทอดทางพันธุกรรม โรคมะเร็ง หรือตัวเองมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ชอบรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำงานในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง เพื่อจะได้วางแผนความคุ้มครองได้อย่างเหมาะสมว่าควรซื้อประกันที่มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลเท่าไร ซึ่งหากต้องการประกันที่ครอบคลุมทั้งหมดก็อาจต้องซื้อแผนอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น ประกันโรคร้ายแรง ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก ประกันค่าชดเชยรายได้เมื่อนอนโรงพยาบาล ประกันอุบัติเหตุ เป็นต้น

3. พิจารณางบประมาณที่ตัวเองจ่ายไหว

          ลองคำนวณดูว่าเรามีความสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันได้ปีละเท่าไร เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าควรซื้อประกันที่มีความคุ้มครองแค่ไหนถึงเหมาะสมกับตัวเองและงบประมาณในกระเป๋า อีกทั้งต้องคำนวณเผื่อไว้ในอนาคตด้วย เนื่องจากค่าเบี้ยประกันสุขภาพส่วนใหญ่จะปรับเพิ่มขึ้นตามอายุ

วิธีเลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย

ประกันสุขภาพ

          หลังจากพิจารณาว่าตัวเองเหมาะสมกับประกันสุขภาพแบบไหนแล้ว คราวนี้มาดูว่าถ้าจะซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่าย ควรเลือกอย่างไร

1. เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่ายแบบ New Health Standard

          คือแผนประกันสุขภาพที่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ (New Health Standard) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพราะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น สามารถเคลมกรณีผ่าตัดเล็กแบบไม่นอนโรงพยาบาลได้ และหากปีไหนเคลมเยอะก็จะไม่ถูกปฏิเสธการต่ออายุถ้าเราไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข เช่น แถลงข้อมูลเป็นเท็จ

2. เช็กวงเงินความคุ้มครองต่อครั้งหรือต่อปี

          ประกันแต่ละแผนมีวงเงินคุ้มครองต่างกันไป เริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงร้อยล้าน สิ่งที่ควรตรวจสอบก็คือ แผนนั้นให้วงเงินต่อครั้งเท่าไร วงเงินต่อปีเท่าไร เช่น ถ้าแผนนั้นมีวงเงินคุ้มครอง 5 แสนบาท/ครั้ง แปลว่า การเข้าโรงพยาบาลแต่ละครั้ง ประกันจะจ่ายให้ไม่เกิน 5 แสนบาท แต่ถ้าแผนนั้นมีวงเงินคุ้มครอง 5 แสนบาท/ปี หมายความว่า ในปีนั้นจะสามารถเบิกเคลมได้ไม่เกิน 5 แสนบาท/ปี

3. เปรียบเทียบความคุ้มครองแต่ละแผน

          สิ่งที่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน เช่น

  • วงเงินความคุ้มครอง : วงเงินที่เบิกได้นั้นเป็นแบบต่อครั้งหรือต่อปี สูงสุดไม่เกินเท่าไร และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง โดยในกรณีที่เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการป่วยโรคเดียวกันภายใน 90 วัน จะนับเป็นครั้งเดียวกันและรวมเป็นวงเงินเดียวกัน 
  • วงเงินค่าห้องพัก : ลองเช็กค่าห้องของโรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือที่ใช้บริการอยู่บ่อย ๆ มาเทียบกับแผนประกันว่าให้ค่าห้องเพียงพอไหม ถ้าไม่พออาจต้องซื้อประกันชดเชยรายได้เพิ่มเติม 
  • อายุรับประกันและการต่ออายุ : ควรเลือกแผนที่ให้ความคุ้มครองจนถึงอายุ 80-90 ปี เพื่อจะได้มีความคุ้มครองในวัยที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วย แต่หากไปเลือกทำประกันที่คุ้มครองแค่อายุ 50-60 ปี แล้วต่ออายุไม่ได้ คราวนี้เราจะเปลี่ยนไปทำประกันของบริษัทอื่นได้ยากขึ้น เนื่องจากอายุเพิ่มขึ้นและมักมีโรคประจำตัวที่ประกันไม่คุ้มครองแล้ว  
  • ความคุ้มครองโรคร้ายแรง : แผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงอยู่แล้ว เพียงแต่จะมีบางแผนที่เพิ่มวงเงินค่ารักษาให้เมื่อเป็นโรคร้ายแรงตามเงื่อนไข  
  • ความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible) : บางแผนไม่มีให้เลือกความรับผิดชอบส่วนแรก ดังนั้นถ้าใครอยากทำประกันแบบมีความรับผิดชอบส่วนแรกก็ต้องมองหาแผนที่มีให้เลือก โดยส่วนใหญ่จะให้ร่วมจ่ายตั้งแต่ 20,000 บาท 50,000 บาท ไปจนถึง 100,000 บาท
  • ความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติม : แต่ละแผนมีความคุ้มครองอะไรรวมมาให้แล้วบ้างโดยไม่ต้องทำเพิ่ม เช่น ความคุ้มครองชีวิต วงเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก วงเงินค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอุบัติเหตุภายใน 24 ชั่วโมง ค่าตรวจสุขภาพ ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังออกจากโรงพยาบาล ค่าเวชภัณฑ์นอกร่างกาย ฯลฯ ซึ่งหากมีความคุ้มครองเหล่านี้มาให้ก็จะครอบคลุมมาก ทว่าราคาเบี้ยประกันก็จะสูงกว่าแผนประกันที่ไม่มีความคุ้มครองพิเศษเหล่านี้

4. พิจารณาบริษัทประกัน

          ตรวจสอบดูว่าบริษัทประกันชีวิตนั้นมีโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญามากแค่ไหน เพื่อความสะดวกในการแฟกซ์เคลมโดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า และอาจจะลองสอบถามผู้ที่เคยใช้บริการดูว่าประกันของบริษัทนั้นเคลมง่ายหรือยุ่งยาก รวมทั้งเช็กข่าวเก่า ๆ ที่ผ่านมาว่าบริษัทนั้นเคยมีปัญหามาก-น้อยแค่ไหน เพราะการทำประกันสุขภาพเป็นสัญญาระยะยาว ควรเลือกบริษัทที่มีความมั่นคงและน่าเชื่อถือ ถ้าเกิดล้มกลางคันอาจทำให้เราเคลมไม่ได้

เงื่อนไขสำคัญที่ควรรู้ก่อนทำประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพ

  • ประกันสุขภาพที่รับประกันโดยบริษัทประกันชีวิต ส่วนใหญ่จะต้องทำพ่วงกับประกันชีวิตเป็นสัญญาหลักก่อน จึงสามารถทำประกันสุขภาพเป็นสัญญาเพิ่มเติมได้
  • การรักษาตัวด้วยโรคเดิมภายใน 90 วัน ถือเป็นการรักษาครั้งเดียวกัน ดังนั้นจะนับวงเงินรวมกัน 
  • ผู้ทำประกันต้องมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งพิการ และไม่มีโรคประจำตัว ผ่านการพิจารณาตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
  • ไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน หรือบริษัทอาจคุ้มครองโดยเพิ่มเบี้ยประกัน
  • ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นในระยะเวลา 30 วัน หลังจากกรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับครั้งแรก
  • ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยดังต่อไปนี้ เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อนทุกชนิด ต้อเนื้อหรือต้อกระจก การตัดทอนซิลหรืออะดีนอยด์ นิ่วทุกชนิด เส้นเลือดที่ขา เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ที่เกิดขึ้นภายในระยะ 120 วัน หลังจากกรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับครั้งแรก
  • เบี้ยประกันปรับเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุและความเสี่ยง 
  • เบี้ยประกันสุขภาพของตัวเองสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกินปีละ 100,000 บาท ส่วนเบี้ยประกันสุขภาพของบิดา-มารดาสามารถใช้ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ตัวไหนดี ปี 2566

          ในที่นี้ขอนำข้อมูลแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย ที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท มาเปรียบเทียบกัน ซึ่งถือเป็นแพ็กเกจราคาประหยัดของแต่ละค่าย เหมาะกับคนที่มีงบประมาณไม่มาก แต่อยากมีประกันสุขภาพติดตัวไว้

1. ประกันสุขภาพ Tokio Good Health จาก โตเกียวมารีนประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

          ประกันเหมาจ่าย สัญญาเพิ่มเติม โตเกียว กู๊ด เฮลธ์ แผนที่ให้ความคุ้มครอง 500,000 บาท/ปี จะเป็นแผน VIP 2000 มีค่าห้องให้วันละ 2,000 บาท ส่วนค่าแพทย์ ค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกจากอุบัติเหตุภายใน 24 ชม. ค่ายากลับบ้าน จะเหมาจ่ายตามจริง ไม่เกินวงเงิน 500,000 บาท/ปี

          ข้อดีของแผนนี้ คือ มีค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ให้ 3,000 บาท/ปี ถ้าไม่ป่วยก็สามารถใช้ตรวจสุขภาพประจำปีหรือฉีดวัคซีนได้ รวมทั้งมีวงเงินค่าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ (เช่น เฝือก ไม้เท้า รถเข็น) ให้ 5,000 บาท/ปี ค่าพยาบาลเฝ้าไข้ 500 บาท/วัน ค่าเตียงเสริมบิดา-มารดา (สำหรับผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 18 ปี) 2,000 บาท/วัน หรือหากป่วยด้วย 18 โรคร้ายแรง จะเพิ่มความคุ้มครองให้เป็น 2 เท่า หรือ 1 ล้านบาท

          แต่หากออกจากโรงพยาบาลแล้วจำเป็นต้องทำกายภาพบำบัด หรือเวชศาสตร์ฟื้นฟูอื่น ๆ แผนนี้จะจำกัดวงเงินแค่ 5,000 บาท/ครั้ง เท่านั้น ไม่ได้เหมาจ่ายตามจริง  

  • อายุรับประกัน : 1 เดือน 1 วัน - 70 ปี (ต่ออายุได้ถึง 84 ปี คุ้มครองถึง 85 ปี)
  • แผนประกัน : มี 9 แผน ตั้งแต่ 500,000 บาท จนถึง 120 ล้านบาท
  • การประกันชีวิต : ต้องทำประกันชีวิตเป็นแผนหลักก่อน จึงสามารถทำสัญญาเพิ่มเติม โตเกียว กู๊ด เฮลธ์ ได้
  • ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : ไม่มีให้เลือก

ข้อมูลเพิ่มเติม : โตเกียวมารีนประกันชีวิต

 

2. ประกันสุขภาพ เฮลท์ ฟิต เบ๊า เบา จากไทยประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

          แพ็กเกจประกันสุขภาพ แบบสบายกระเป๋าที่จ่ายเบี้ยประกันรายเดือนเริ่มต้นหลักร้อย โดยหากเลือกแพ็กเกจ 1 แผนที่ 4 จะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลครั้งละ 500,000 บาท แต่ให้ผลประโยชน์สูงสุด 1 ล้านบาท/ปี มีค่าห้องให้ 4,000 บาท/วัน ค่าห้อง ICU 8,000 บาท/วัน ค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ จ่ายตามจริง ยกเว้นค่าบริการทางพยาบาลที่จำกัด 1,200 บาท/วัน และค่ายากลับบ้าน 1,000 บาท/ครั้ง

          นอกจากนี้ ไทยประกันชีวิต เฮลท์ ฟิต เบ๊า เบา ยังมีค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 10,000 บาท และมีประกันชีวิตที่คุ้มครอง 50,000 บาท รวมมาให้แล้วในแพ็กเกจ อย่างไรก็ตาม แผนนี้จะไม่มีค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ค่าชดเชยรายวัน ความคุ้มครองโรคร้ายแรง แต่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้ในราคาไม่แพงนัก

  • อายุรับประกัน : 11-64 ปี (ต่ออายุและคุ้มครองได้ถึง 99 ปี)

  • แผนประกัน : มี 4 แผน ตั้งแต่ 250,000-500,000 บาท 
  • การประกันชีวิต : คุ้มครองชีวิต 50,000 บาท 

  • ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : เลือกได้ทั้งแบบไม่มีและมี 20,000 บาท

  • ตัวอย่างเบี้ยประกันโดยประมาณ (ไม่รวมประกันชีวิต) : 

    • เพศชาย อายุ 30 ปี เบี้ยประกัน 14,937 บาท/ปี

    • เพศหญิง อายุ 30 ปี เบี้ยประกัน 16,142 บาท/ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม : ไทยประกันชีวิต

 

3. ประกันสุขภาพ AIA Health Saver จากเอ ไอ เอ

ประกันสุขภาพ

          สัญญาเพิ่มเติม เอไอเอ เฮลธ์ เซฟเวอร์ เป็นแพ็กเกจประกันสุขภาพเหมาจ่ายแบบประหยัดของ AIA แต่ให้ความคุ้มครองค่อนข้างครบ โดยหากเลือกแผนที่ให้ความคุ้มครอง 500,000 บาท จะมีค่าห้องให้ 4,000 บาท/วัน และค่าห้อง ICU จ่ายให้เป็น 6 เท่า แต่จะเบิกค่าบริการทางการแพทย์ได้เพียง 50,000 บาท/ครั้ง เท่านั้น ส่วนค่ายากลับบ้านจะเคลมได้ 5,000 บาท/ครั้ง ยกเว้นกรณีผ่าตัดใหญ่ที่เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง

          จุดเด่นของแผนนี้ก็คือ กรณีผ่าตัดเล็กแบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล สามารถเบิกได้ 25,000 บาท/ครั้ง มีค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกให้ 1,500 บาท/ครั้ง เบิกได้สูงสุด 30 ครั้ง/ปี เหมาจ่ายให้ตามจริงเมื่อต้องล้างไตหรือทำเคมีบำบัด ในกรณีหากป่วยด้วยโรคร้ายแรงตามเงื่อนไขที่กำหนดจะเพิ่มค่ารักษาให้เป็น 1 ล้านบาท และยังได้รับเงินชดเชย 10,000 บาท สำหรับการเสียชีวิตทุกกรณี

  • อายุรับประกัน : 15 วัน - 75 ปี (ต่ออายุได้ถึง 98 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี)

  • แผนประกัน : มี 4 แผน ตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท

  • การประกันชีวิต : ต้องทำประกันชีวิตเป็นแผนหลักก่อน 

  • ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : ไม่มีให้เลือก

  • ตัวอย่างเบี้ยประกันโดยประมาณ (ไม่รวมประกันชีวิต) : 

    • เพศชาย อายุ 30 ปี เบี้ยประกัน 16,600 บาท/ปี

    • เพศหญิง อายุ 30 ปี เบี้ยประกัน 21,000 บาท/ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม : AIA

 

4. ประกันสุขภาพลักซ์ชัวรี่ แคร์ จากซัมซุงประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

          สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ ลักซ์ชัวรี่ แคร์ มีให้เลือกถึง 7 แผน โดยแผนที่ 1 จะให้ความคุ้มครองสูงสุด 500,000 บาท/ครั้ง มีค่าห้อง 1,500 บาท/วัน ค่ายากลับบ้าน 20,000 บาท/ครั้ง ส่วนค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางแพทย์ และอื่น ๆ เหมาจ่ายตามจริง

          ความน่าสนใจของแผนนี้คือ นอกจากจะเหมาจ่ายเกือบทุกรายการแล้ว ยังมีค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกให้ 2,000 บาท/ปี คุ้มครองค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาลถึง 15 ครั้ง/ปี สูงกว่าค่ายอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่ให้แค่ 2 ครั้ง/ปี และยังเหมาจ่ายค่าผ่าตัดจากความผิดปกติที่เกิดจากโรคหรืออาการหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งไม่มีในแผนประกันของค่ายอื่น นอกจากนี้กรณีเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากประสบอุบัติเหตุร้ายแรงและโรคร้าย ยังได้รับวงเงินเพิ่ม 2 เท่า ทั้งค่ารักษาพยาบาลเป็น 1 ล้านบาท ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาล

  • อายุรับประกัน : 30 วัน - 65 ปี (ต่ออายุได้ถึง 98 ปี ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี)

  • แผนประกัน : มี 7 แผน ตั้งแต่ 500,000 - 30 ล้านบาท

  • การประกันชีวิต : ต้องทำประกันชีวิตเป็นแผนหลักก่อน 

  • ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : เลือกได้ทั้งแบบไม่มี และมี 25,000 / 50,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : ซัมซุงประกันชีวิต

 

5. ประกันสุขภาพ BLA Happy Health จากกรุงเทพประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

          BLA Happy Health จากกรุงเทพประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งแผนที่คนสนใจ เพราะให้ความคุ้มครองโดยไม่จำกัดวงเงินสูงสุดต่อปี และไม่จำกัดค่าห้อง ยกตัวอย่างแผนที่ 1 ให้ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท/ครั้ง ในปีนั้นป่วยกี่ครั้งก็เบิกได้ไม่จำกัด แต่ถ้าป่วยด้วยโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง จะเพิ่มวงเงินคุ้มครองให้เป็น 550,000 บาท จ่ายค่าห้องให้ตามจริงเมื่อพักในห้องพักเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาล เบิกค่ายากลับบ้านได้ไม่เกิน 5,000 บาท/ครั้ง ส่วนค่ารักษาพยาบาล ค่าแพทย์ ค่าบริการอื่น ๆ เหมาจ่ายตามจริงเกือบทั้งหมด

          สำหรับคนที่เลือกทำประกันแบบไม่มีความรับผิดส่วนแรก และไม่เคลมประกันเมื่อนอนโรงพยาบาล (หรือเคลมประกันบริษัทอื่นแทน) ยังจะได้รับเงินชดเชยรายวัน วันละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 วัน/ปีกรมธรรม์

          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแผนนี้เน้นคุ้มครองผู้ป่วยในเป็นหลัก จึงไม่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก เช่น ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู หลังการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยใน การบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุภายใน 24 ชั่วโมง แต่ก็ยังมีวงเงินสำหรับล้างไตหรือทำเคมีบำบัดมาให้ 50,000 บาท/ปี

  • อายุรับประกัน : 11-80 ปี และสามารถซื้อความคุ้มครองต่อไปได้เท่ากับระยะเวลาเอาประกันภัยของสัญญาประกันชีวิต สูงสุดถึงอายุ 99 ปี

  • แผนประกัน : มี 3 แผน คือ แผน 5 แสนบาท, แผน 1 ล้านบาท, แผน 5 ล้านบาท

  • การประกันชีวิต : ต้องทำประกันชีวิตเป็นแผนหลักก่อน 

  • ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : เลือกได้ทั้งแบบไม่มี และมี 30,000 / 50,000 บาท

  • ตัวอย่างเบี้ยประกันโดยประมาณ (ไม่รวมประกันชีวิต และไม่มีความรับผิดส่วนแรก) : 

    • เพศชาย อายุ 30 ปี เบี้ยประกัน 14,277 บาท/ปี

    • เพศหญิง อายุ 30 ปี เบี้ยประกัน 15,511 บาท/ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม : กรุงเทพประกันชีวิต

 

6. ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า จากเมืองไทยประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

          แผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายจากเมืองไทยประกันชีวิต ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด 500,000 บาท/ครั้ง (กรณีเลือกแผน 3) และไม่จำกัดวงเงินสูงสุดต่อปี ให้ค่าห้อง 4,000 บาท/วัน ค่ายากลับบ้าน 1,000 บาท/ครั้ง เหมาจ่ายตามจริงสำหรับค่ารักษาพยาบาล ค่าแพทย์ ค่าบริการทางการแพทย์

          อย่างไรก็ตาม แผนนี้จะไม่คุ้มครองการรักษาแบบผู้ป่วยนอกทั้งหมด เช่น ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุที่เป็นผู้ป่วยนอก รวมทั้งการผ่าตัดที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล การล้างไต ทำเคมีบำบัด ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็นต้น ทำให้เบี้ยประกันค่อนข้างถูกกว่าค่ายอื่น

  • อายุรับประกัน : 11-75 ปี (ต่ออายุได้ถึงอายุ 80 ปี คุ้มครองถึงอายุ 81 ปี)

  • แผนประกัน : มี 3 แผน ความคุ้มครองตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท/ครั้ง

  • การประกันชีวิต : ต้องทำประกันชีวิตเป็นแผนหลักก่อน 

  • ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : ไม่มีให้เลือก

  • ตัวอย่างเบี้ยประกันโดยประมาณ (ไม่รวมประกันชีวิต) : 

    • เพศชาย อายุ 30 ปี เบี้ยประกัน 12,317 บาท/ปี

    • เพศหญิง อายุ 30 ปี เบี้ยประกัน 15,265 บาท/ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม : เมืองไทยประกันชีวิต

 

7. ประกันสุขภาพอีซี่ อี-เฮลท์ จาก FWD

ประกันสุขภาพ

          ประกันสุขภาพ อีซี่ อี-เฮลท์ จาก FWD สามารถซื้อได้เฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น โดยให้ความคุ้มครองสูงสุด 500,000 บาท/ปี (แผน 1) ค่าห้อง 1,500 บาท สูงสุด 365 วัน ส่วนอื่น ๆ เหมาจ่ายตามจริงทุกรายการ ทั้งค่าห้อง ICU ค่าแพทย์ ค่ารักษา ค่าบริการทางการแพทย์ ค่ายา ค่ายากลับบ้าน ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกเมื่อประสบอุบัติเหตุ ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู ค่าล้างไต ทำเคมีบำบัด

          นอกจากนี้ หากใครสุขภาพดี ไม่มีการเคลมในปีนั้น ๆ จะได้รับส่วนลด 10% ของเบี้ยประกันปีถัดไป และในกรณีเสียชีวิตไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ๆ ยังมีความคุ้มครองให้ 150,000 บาท

  • อายุรับประกัน : 20-60 ปี (ต่ออายุได้ถึงอายุ 79 ปี ระยะเวลาคุ้มครองถึงอายุ 80 ปี)

  • แผนประกัน : มี 3 แผน คือ 500,000-1,500,000 บาท

  • การประกันชีวิต : มีความคุ้มครองชีวิต 150,000 บาท รวมอยู่ในแพ็กเกจแล้ว จึงไม่ต้องทำประกันชีวิตเพิ่มเติม

  • ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : ไม่มีให้เลือก

  • ตัวอย่างเบี้ยประกันโดยประมาณ : 

    • เพศชาย อายุ 30 ปี เบี้ยประกัน 16,719 บาท/ปี

    • เพศหญิง อายุ 30 ปี เบี้ยประกัน 15,972 บาท/ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม : FWD

ประกันสุขภาพ

          อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ศึกษาข้อมูลและสอบถามเงื่อนไขต่าง ๆ ให้เข้าใจก่อนทำประกัน เนื่องจากแต่ละแผนของแต่ละบริษัทมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (1)(2)โตเกียวมารีนประกันชีวิตไทยประกันชีวิตAIAซัมซุงประกันชีวิตกรุงเทพประกันชีวิตเฟซบุ๊ก BLA.Bangkoklifeเมืองไทยประกันชีวิตเฟซบุ๊ก Muang Thai LifeFWDเฟซบุ๊ก FWD Thailand

ที่มา : ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ที่ไหนดี ตัวไหนดีที่สุด ปี 2566 (kapook.com)

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 442
Post Date: วันที่ 5 กรกฎาคม 2566


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้