วัยรุ่นเจนวาย-แซด ไม่กังวลฝุ่นควัน ชี้สงกรานต์ ขอแบกเป้เที่ยว 11 จว.สุดฮอต

เล่น สงกรานต์66 คึกคัก ใช้จ่ายสะพัด 1.2 แสนล้าน วัยรุ่นไม่กังวลฝุ่นควัน เดินหน้าท่องเที่ยว

สงกรานต์66 – เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายธวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 จากประชาชนทั่วประเทศ 1,350 ราย ระหว่างวันที่ 25-30 มีนาคม 2566 พบว่า

ภาพรวมกว่า 80% ระบุว่าจะไปเล่นน้ำ และกว่า 50% ระบุ 3 กิจกรรมที่จะทำในช่วงสงกรานต์ปีนี้ คือ ทำบุญ ออกไปเล่นน้ำ และสังสรรค์ อีกทั้ง 70% ได้วางแผนท่องเที่ยวและทำกิจกรรมนอกบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ยังเน้นการเดินทางระยะสั้นและจังหวัดใกล้เคียงกับที่พักอาศัย

และ 79 % ระบุจะค้างแรมมากกว่า 2 คืน จังหวัดนิยมไปเที่ยว คือ ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง ตามด้วย เชียงใหม่ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และนครศรีธรรมราช เฉลี่ยใช้จ่าย 7 พันบาทต่อคน ส่วนไปต่างประเทศ 82% ระบุจองไปเที่ยวประเทศในเอเชีย ใช้จ่ายเฉลี่ย 4.5 หมื่นบาทต่อคน

นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า กลุ่มสำรวจกว่า 80% ระบุว่าบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้จะสนุกสนานกว่าปีก่อน โดย 32.5% ระบุว่าจะใช้จ่ายเพิ่ม อีก 40% ใช้จ่ายเท่าเดิม และ 27.7 % ใช้จ่ายลดลง โดยระบุต้องระมัดระวังการใช้จ่าย เนื่องจากของแพงขึ้น น้ำมันแพง มีหนี้เพิ่ม และวิตกการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อถามหากมีข่าวโควิดระบาดอีกครั้ง และปัญหา PM 2.5 ในพื้นที่เตรียมไป พบว่า กว่า 50% ยังยืนยันไปท่องเที่ยวหรือร่วมกิจกรรมนอกบ้านตามที่ได้ตั้งใจไว้

ขณะที่กลุ่มเจนเซดและเจนวาย ระบุจะไปเที่ยวและเล่นสงกรานต์ มากกว่ากลุ่มวัยผู้ใหญ่ที่วิตกเรื่องภาวะอากาศที่จะมีผลต่อการตัดสินใจออกนอกบ้าน

“จากผลสำรวจสะท้อนว่าบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้คึกคัก ประเมินว่าจะมีเงินสะพัด 125,203 ล้านบาท เติบโต 17.3% จากปี 2565 หากเทียบปี 2562 ยังติดลบ 7.8% ที่ปีนั้นทำสถิติสูงสุดที่ 1.35 แสนล้านบาท

ซึ่งปีนี้โตเพราะส่วนอั้นเล่นสงกรานต์มานานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจจัดปกติ แต่บางส่วนยังใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นเพราะยังห่วงเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลก การฟื้นส่งออก เงินเฟ้อ ต้นทุนค่าใช้จ่ายภาคธุรกิจและครัวเรือนยังสูงมาก ห่วงรายได้ในอนาคต

และบรรยากาศหลังการเลือกตั้ง เป็นแรงกดดันต่อการใช้จ่ายและเศรษฐกิจ ทำให้กลุ่มสำรวจถึง 43.3% คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 2.5-3% ต่ำกว่าสำรวจครั้งก่อนที่คาดโตเกิน 3%

แต่ในส่วนของศูนย์พยากรณ์ฯคงคาดการณ์เศรษฐกิจไว้ที่ 3.6% บนสมมุติฐานเศรษฐกิจ ส่งออก และรัฐบาลใหม่เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เฉพาะเงินหาเสียงและใช้จ่ายช่วงเลือกตั้งจะมีเงินสะพัด1-1.2 แสนล้าน จะส่งให้จีดีพีไตรมาส 2 ปีนี้เพิ่มอีก 1.0-1.5% และดันจีดีพีรวมไตรมาสสองโตถึง 4% ส่วนเงินสะพัดสงกรานต์จะส่งผลต่อจีดีพีเพิ่ม 0.5-0.7%” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวถึงความวิตกราคาน้ำมันโลกเป็นขาขึ้นและขยับพรวดถึง 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากตอนนี้อยู่ที่80 เหรียญ นั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้นนี้ ที่น้ำมันตอนนี้เพราะเอเปคลดกำลังผลิต แต่ประเทศจีน หรือ อินเดีย ที่ใช้สูง ก็หันไปซื้อจากรัสเซียแทนได้ หรือ อิหร่านซื้อจากซาอุดีอาระเบีย

และหากโอเปคปล่อยให้น้ำมันขึ้นแตะ 100 เหรียญสหรัฐในช่วงนี้ จจะกระทบต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อโลกอย่างรุนแรง มีผลต่อเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จึงเชื่อว่าจะมีการดูแลไม่ได้ราคาน้ำมันสูงเร็วเกินไป

ที่มา : วัยรุ่นเจนวาย-แซด ไม่กังวลฝุ่นควัน ชี้ สงกรานต์66 ขอแบกเป้เที่ยว 11 จว.สุดฮอต (matichon.co.th)

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 156
Post Date: วันที่ 4 เมษายน 2566


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้