“ดีอีเอส” ย้ำธนาคารมีหน้าที่ระงับบัญชีให้ผู้เสียหาย ไม่ต้องแจ้งความก่อน หากไม่ทำมีความผิด
ปลัดดีอีเอส ยืนยัน ธนาคาร มีหน้าที่ต้องระงับบัญชีทันที หาก เจ้าของบัญชีแจ้ง ไม่ต้องไปแจ้งความก่อน ย้ำ หากธนาคารไม่ทำจะมีความผิด ระบุ สัปดาห์นี้เสนอนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ ตั้งคณะกรรมการ

วันที่ (28 มี.ค.) นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าว ว่าประชาชนถูกโอนเงินออกจากแอปพลิเคชันของธนาคาร จนเกิดความเสียหายหลักแสนบาท แต่เมื่อไปร้องเรียนกับธนาคาร แล้วกลับถูกปฏิเสธการอายัดบัญชี โดยอ้างว่าต้องไปแจ้งความก่อน รวมถึงการทดลองใช้งานจริงเพื่อแจ้งอายัดบัญชีของมูลนิธิผู้บริโภค ก็พบปัญหาเดียวกันว่า พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและ ปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนที่ถูกหลอกลวง ทางออนไลน์ สามารถแจ้งไปที่ธนาคารโดยตรง เพื่อให้ธนาคารระงับบัญชีได้ทันที จากเดิมที่ต้องไปแจ้งความก่อน
โดยทางดีอีเอส ขอยืนยันว่า ทุกธนาคารมีหน้าที่อายัดบัญชีธนาคารได้ทันทีตามมาตรา 7 ของ กฎหมาย ไม่ต้องรอให้ประชาชน ไปแจ้งความยังสถานีตำรวจก่อน ซึ่งการอายัดบัญชีธนาคาร ต้องครอบคลุมทั้งบัญชีธนาคาร ที่มีสมุดบัญชีและ บัญชีธนาคารออนไลน์ เพื่อระงับเหตุไม่ให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง หากมีการปฏิเสธถือว่ามีความผิด โดยประชาชนสามารถแจ้ง ร้องเรียน เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวตามเบอร์คอลเซ็นเตอร์ที่เปิดขึ้นมาโดยเฉพาะ
“ผู้เสียหายสามารถแจ้งธนาคารระงับบัญชีม้าได้ทันที ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญ ที่รัฐบาลผลักดันออกมา เพื่อแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ และปัญหาอาชกรรมทางออนไลน์ทั้งหมด คาดว่าปัญหาจะลดลงอย่างแน่นอน สำหรับบทลงโทษสูงสุดของผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
นายวิศิษฏ์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าเรื่องการตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดแนวทางรายละเอียดต่างๆ ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงดีอีเอส ทำหน้าที่หน่วยธุรการ ของคณะกรรมการ ดังกล่าวนั้น คาดว่าจะมีการนำเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการภายในสัปดาห์นี้ โดยปลัดกระทรวงจะแต่งตั้ง ข้าราชการของสำนักงานปลัดดีอีเอส เป็นเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ร่วมกับข้าราชการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ช่วยเลขานุการร่วมด้วย.