ธนาคารแห่งประเทศไทยงัดวิธีสกัดโจรออนไลน์ ลูกค้าก็ต้องมีสติ อย่าประมาท

ธนาคารแห่งประเทศไทยงัดวิธีสกัดโจรออนไลน์ ลูกค้าก็ต้องมีสติ อย่าประมาท

อาชญากรรมออนไลน์ทวีความรุนแรงและเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน แต่เราแทบพึ่งหวังกระทรวงดิจิทัลฯและตำรวจไซเบอร์ไม่ได้เลย ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่งออกมาตรการชุดใหญ่ สกัดการทุจริตทางการเงินออนไลน์ ถึงมาช้าไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเป็นเกราะป้องกันให้ประชาชน

ชุดมาตรการสกัดโจรออนไลน์ดูดเงินประชาชนของ ธปท.แบ่งเป็น 3 ด้าน 1.ปิดช่องทางมิจฉาชีพเข้าถึงประชาชน 2.ตรวจจับและติดตามบัญชีหรือธุรกรรมต้องสงสัย เพื่อช่วยจำกัดความเสียหายได้เร็วขึ้น และ ลดการใช้บัญชีม้า 3.ตอบสนองและรับมือเพื่อจัดการปัญหาให้ผู้เสียหายได้เร็วขึ้น

ในส่วนที่มีผลกระทบกับลูกค้าธนาคารคือ จำกัดจำนวนบัญชีผู้ใช้ งานโมบายแบงกิ้งให้ใช้ได้แค่ 1 อุปกรณ์ เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพใช้อุปกรณ์อื่นทำธุรกรรมทางการเงินแทน ซึ่งคนที่มีโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง และใช้งานโมบายแบงกิ้งทุกเครื่องก็จะถูกจำกัดสิทธิการใช้ให้เหลือ 1 โมบายแบงกิ้งต่อ 1 เครื่องเท่านั้น ทำให้ความสะดวกลดลง

ที่สำคัญคือการเพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการยืนยันตัวตนขั้นต่ำ ด้วยการให้ สแกนใบหน้า ในกรณีขอเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร หรือโอนเงินทางโมบายแบงกิ้งมากกว่า 50,000 บาท หรือปรับเพิ่มวงเงินต่อวันเป็นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป รวมทั้งจะกำหนดเพดานวงเงินถอนหรือโอนสูงสุดต่อวันตามระดับความเสี่ยงของผู้ใช้บริการ โดยลูกค้าขอปรับวงเงินได้ และต้องยืนยันตัวตนอย่างเข้มงวด

ผมไม่แน่ใจว่า ธปท.ได้เปิดช่องทางการยืนยันตัวตนในรูปแบบอื่นนอกเหนือจากการสแกนใบหน้าหรือเปล่า เพราะคนไทยอีกจำนวนมากยังใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นที่ไม่มีฟังก์ชันสแกนใบหน้า หรือในกรณีของกลุ่มเปราะบาง จะใช้รูปแบบไหนแทนการสแกนใบหน้า

อีกประเด็นที่อาจเป็นปัญหาในอนาคต หากการทำธุรกรรมต้องเพิ่มการสแกนใบหน้า จะทำให้ระยะเวลาการทำธุรกรรมนานขึ้นกว่าปกติ อาจ เกิดธุรกรรมดีเลย์และระบบหน่วง

อย่างไรก็ตาม ถ้าเลือกระหว่าง ความสะดวกสบาย กับ ความปลอดภัย ผมขอปลอดภัยไว้ก่อน

ส่วนมาตรการที่มีผลกระทบต่อธนาคาร และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องคือ สถาบันการเงินต้องมีระบบตรวจจับและติดตามบัญชี หรือธุรกรรมต้องสงสัยแบบ near real time เพื่อระงับธุรกรรมได้ทันทีเป็นการชั่วคราว และให้สถาบันการเงินทุกแห่งมีช่องทางติดต่อเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง แยกจากช่องทางให้บริการปกติ โดยไม่ใช่การติดต่อกับ AI อีกทั้งธนาคารต้องสนับสนุนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามหาสาเหตุและผู้กระทำผิด รวมทั้งติดตามเงินของลูกค้า

มาตรการส่วนนี้ธนาคารพาณิชย์พร้อมจะดำเนินการตั้งนานแล้ว แต่เนื่องจากติดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าได้ เมื่อลูกค้าที่ถูกหลอกถูกดูดเงินมาแจ้งอายัดบัญชี ธนาคารทำได้แค่อายัดบัญชีของธนาคารตัวเอง ไม่สามารถตามไปอายัดบัญชีที่รับโอนของธนาคารอื่นได้ เมื่อ ธปท.ออกมาตรการมาช่วยปลดล็อก ต่อไปก็ตามไปอายัดบัญชีได้จนถึงปลายทาง

มาตรการความปลอดภัยเป็นสิ่งจำเป็น แต่อีกทางหนึ่งประชาชนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตแบงกิ้งก็ต้องมีความระมัดระวังด้วย อย่าเพิ่งเชื่อทนายบางคนที่อ้างแต่หลักกฎหมายว่าธนาคารผู้รับฝากทรัพย์มีหน้าที่ต้องดูแลทรัพย์ อย่าไปเชื่อข้อมูลผิดๆที่แชร์ในโซเชียลว่าหากลูกค้าถูกหลอกดูดเงินแล้วธนาคารต้องร่วมรับผิดชอบครึ่งหนึ่ง เพราะทุกคดีต้องดูข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี

การหลอกลวงต้มตุ๋นมีมานมนาน และจะยังมีอยู่ต่อไป อาชญา กรรมไซเบอร์พัฒนากลโกงรวดเร็วซับซ้อน หากินบนความโลภและความกลัว ผมก็ขอให้ทุกท่านพึงมีสติ ระมัดระวังตื่นตัวอยู่ตลอด และอย่าประมาทเลินเล่อเด็ดขาด.

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทยงัดวิธีสกัดโจรออนไลน์ ลูกค้าก็ต้องมีสติ อย่าประมาท (thairath.co.th)

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 382
Post Date: วันที่ 16 มีนาคม 2566


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้