จะซื้อบ้านปี 66 เตรียมรับมือความท้าทาย เมื่อ "ราคาเพิ่มตามดอกเบี้ย"
![]()
ความท้าทาย ตลาดอสังหาฯ ปี 66 ระดับราคาอสังหาฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกับอัตราดอกเบี้ย แนะ ต้องมีความพร้อมทางการเงิน มีวินัยทางการเงินมากพอสมควร
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2566 หากดูภาพรวมแล้วมองว่าป็นปีแห่งการฟื้นตัว หลังเริ่มจากเห็นสัญญาณบวกต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยได้แรงสนับสนุนจากการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเปิดประเทศแบบเต็มรูปแบบ
รวมถึงจะมีอุปทานใหม่ๆ เข้ามาสู่ตลาดมากขึ้นตั้งแต่ปี 2566 โดยเฉพาะสินค้าประเภทแนวราบ ตรงนี้จะมาตอบรับกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่ำศัยจริง (Real Demand) และมีกำลังซื้อเพียงพอ
แต่ปีนี้ยังถือว่าเป็นปีที่ท้สทายสำหรับผู้ซื้อไม่น้อย เพราะราคาอสังหาริมทรัพย์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับบอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือภาครัฐบางส่วนได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ปลายปี 2565 ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยปีนี้จึงต้องมีความพร้อมทางการเงิน มีวินัยทางการเงินมากพอสมควร เพื่อรับกับความท้าทายก่อนตัดสินใจซื้อ
1.ความท้าทายด้านราคาที่อยู่อาศัยที่ปรับเพิ่มตามต้นทุนใหม่
ทั้งจากภาวะเงินเฟ้อ ค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับตัวขึ้น ต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นทั้งจากวัสดุก่อสร้าง ราคาพลังงาน(ต้นทุนการขนส่ง) ล้วนส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
เพราะราคาโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นต้นทุนเดิมดูดซับไปแล้วบางส่วนในช่วงที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ (2566) ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
2.ปรับราคาประเมินที่ดินรอบใหม่
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.66 ส่วนนี้จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการซื้อ-ขาบอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะโครงการเปิดใหม่มีแนวโน้มราคาจะปรับเพิ่ม 5-10% แต่จะยังไม่กระทบกับที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จพร้อมขายเพราะเป็นต้นทุนเดิมของผู้ประกอบการ และยังเป็นโอกาสของบ้านมือสองหรือผู้ที่มีบ้านในราคาต้นทุนเดิมที่อยากจะนำออกมาขายในช่วงนี้
3.การเงินที่ต้องพร้อมรับกับสถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น
คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป (ปัจจุบันอยู่ที่ 1.25% ต่อปี) จะส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ส่งบ้านต้องส่งค่าวดสูงขึ้นกว่าเดิม หรือใช้เวลาผ่อนนานขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินการเงิน ก็ส่งสัญญาณยกเลิกหรือลดจำนวนปีของอัตราดอกเบี้ยคงที่น้อยลง
" ผู้ซื้อต้องพิจารณาสภาพคล่องทางการเงินของตัวเองก่อนตัดสินใจและต้องมีวินัยทางการเงินมากขึ้นเพื่อเตรียมรับกับทุกสถานการณ์ หากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก"
นอกจากนั้นแล้วสถาบันการเงินจะพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อเข้มงวดมากขึ้น หรือวงเงินกู้ผ่านการอนุมัติอาจได้รับลดลง แปรผันตามความสามารถในการผ่อนชำระของผู้ซื้อในปัจจุบัน
4.มาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ ไม่ดึงดูดมากพอ
เช่น การไม่ขยายเวลาผ่อนคลายมาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value: LTV) ที่ให้ผู้กู้ซื้อบ้านสัญญาแรก และราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท สามารถกู้ได้ 100% ของมูลค่าที่อยู่อาศัย สิ้นสุดลงในช่วงสิ้นปี 2565 คณะรัฐมนตรีต่อมาตรการลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2566 โดยลดค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 1% ของราคาประเมินหรือราคาขาย (มาตรการก่อนหน้าลดเหลือเพียง 0.01%)ลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% จากยอดเงินกู้ สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท
ทำให้มาตรการสนับสนุนการซื้ออสังหาฯ ปัจจุบันอาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นการเติบโตของตลาดในปีนี้ เนื่องจากผู้บริโภคยังคงต้องเผชิญความท้าทายทางการเงินทั้งจากเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งราคาที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น มาตรการฯ ปัจจุบันจึงยังไม่ครอบคลุมความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย และตอบโจทย์ของผู้บริโภคเท่าที่ควร
ข้อมูล ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty)
ที่มา : จะซื้อบ้านปี 66 เตรียมรับมือความท้าทาย เมื่อ "ราคาเพิ่มตามดอกเบี้ย" : PPTVHD36