เดือนธันวาคมมักจะเป็นเวลาทองของการบริหารจัดการด้านภาษีในช่วงโค้ดสุดท้ายก่อนสิ้นปี กองทุนที่มีเงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีอย่างเช่น “SSF” และ “RMF” มักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ วันนี้ แอพ รายรับ-รายจ่าย อยากจะให้ทุกท่านที่เป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มเสียภาษีหรือท่านที่เข้าเกณฑ์ภาษีอยู่แล้ว มาทำความเข้าใจและทบทวนเกี่ยวกับกองทุนประเภท “SSF” และ “RMF” ไปด้วยกัน เพราะนอกจากจะช่วยสร้างนิสัยการออมการลงทุนระยะยาวแล้ว ยังช่วยลดหย่อนภาษีเป็นของแถมด้วย
1. กองทุนรวมเพื่อการออม SSF

2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF

เราจะเห็นได้ว่ามีข้อแตกต่างระหว่างกองทุนรวม “SSF” และ “RMF” ดังนี้
1. เงื่อนไขในการลดหย่อนภาษี
SSF สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท แต่ RMF จะลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท ทั้ง 2 กองทุนนี้ (SSF + RMF) เมื่อรวมกับค่าลดหย่อนการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ แล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท
2. ระยะเวลาการลงทุนและเงื่อนไขการซื้อ
SSF จะต้องถือหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ SSF ไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี แต่สำหรับ RMF ต้องถือไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรก RMF ขายได้ตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี หรือซื้อปีเว้นปี
3. เป้าหมายการลงทุน
SSF ออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการออมระยะกลาง-ยาว ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และเหมาะกับคนที่อายุยังไม่มากนัก หรืออายุต่ำกว่า 45 ปี ในขณะที่ RMF ออกแบบมาเพื่อการวางแผนสร้างเงินก้อนให้มีเงินใช้ยามเกษียณ
*ข้อแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีครั้งแรก แนะนำให้วางแผนไว้แต่เนิ่นๆ ก่อนสิ้นปี เนื่องจากการซื้อครั้งแรกเราจำเป็นต้องเปิดบัญชีกองทุนกับบริษัทหลักทรัพย์(บล.)และคำสั่งซื้อครั้งแรกนั้นจำเป็นต้องมีการส่งเอกสารให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ด้วย
*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน