เมื่อเริ่มทำงาน และเริ่มมีรายได้เข้ามาในกระเป๋ามากขึ้น หนึ่งสิ่งที่มักตามมาอยู่คู่กันก็คือ “การเสียภาษี” เราจะพาคุณไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสไตล์มนุษย์เงินเดือนกัน ด้วยวิธีง่ายๆ ที่มักใช้กันบ่อย ที่เรียกว่า การคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ (แบบขั้นบันได) เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ต่อเดือนคงที่ ซึ่งวิธีการคิดคำนวณนั้นก็ง่ายมาก มีเพียง 2 ขั้นตอนเท่านั้นเอง ไปดูกันเลย
ขั้นแรกเรามาใช้สมการคำนวณจากเงินได้สุทธิ
เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
- เงินได้ คือ รายได้ทั้งหมดต่อปีจากงานประจำและเงินเสริม(ถ้ามี)
- ค่าใช้จ่าย สามารถคิดแบบเหมาได้เลย โดยไม่เกิน 100,000 บาท (เงินได้ประเภทที่ 1)
- ค่าลดหย่อน คือ สิ่งที่สามารถลดหย่อนภาษีภายในปีนั้นๆ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท + ลดหย่อนประกันสังคม 9,000 บาท*
- เงินได้สุทธิ คือ เงินที่เราได้ทั้งทีหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนภาษีแล้ว
*เงินสะสมประกันสังคม (ปีภาษี 2565 ได้สูงสุด 6,300 บาท) โปรดตรวจสอบอีกครั้ง
ตัวอย่างการคำนวณ
นาย A มีเงินเดือน 26,000 บาท/เดือน จะมีเงินได้สุทธิเท่าใด
26,000 x 12 (เดือน) - 100,000 - (60,000 + 9,000) = 143,000 บาท
คำตอบคือ นาย A มีเงินได้สุทธิตลอดทั้งปี คือ 143,000 บาท
ขั้นสองค้นหาเงินภาษีที่ต้องจ่าย
ขั้นตอนนี้เราจะทำเงินได้สุทธิที่เราคำนวณได้นั้นมาเทียบฐานภาษี

ตารางเทียบเงินได้สุทธิและฐานภาษี
จากตัวอย่างได้ขั้นแรก นาย A มีเงินได้สุทธิตลอดทั้งปี คือ 143,000 บาท เมื่อเทียบตามตารางแล้ว นาย A อยู่ฐานภาษีขั้นที่ 1 ได้รับการยกเว้นภาษี
เรามาลองคำนวณภาษีกันดู
อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะเริ่มเข้าใจบ้าง ดังนั้นเรามาลองคำนวณกันดู โดยใช้ความรู้ที่ด้านบนที่เราศึกษามาฝึกคำนวณภาษีกัน โจทย์ก็ง่ายๆ เท่านั้นเอง อยู่กับ นาย A เหมือนเดิม นาย A มีเงินเดือนเท่าเดิมคือ 27,000 บาท/เดือน มีเงินได้สุทธิเท่าไหร่
ขั้นแรกต้องหาเงินได้สุทธิให้นาย A ก่อน
(27,000 x 12 ) -169,000 = 155,000 บาท
เงินได้สุทธิของ นาย A = 155,000 บาท
ขั้นต่อมาเมื่อเราคำนวณเงินได้สุทธิของนาย A แล้ว ให้นำเงินได้สุทธินั้นมาเทียบ ฐานภาษีทีละขั้น
โดยขั้นแรก 1-150,000 ได้รับการยกเว้น 155,000 - 150,000 = 5,000 บาท
เมื่อหักขั้นแรกแล้วยังเหลือเงินอยู่อีก 5,000 บาท ก็ต้องนำไปเทียบขั้นที่ 2 โดยจะเสียภาษีขั้นนี้อยู่ที่ 5,000 x 5% = 250 บาท
ดังนั้นนาย A จะเสียภาษี 250 บาทให้กรมสรรพากร