4 เทคนิคจัดสรรเงินเดือนในยุคเงินเฟ้อ

ผมเชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นเหมือนผม คือแทบทุกเวลาไม่ว่าตอนกินข้าว ก่อนนอน หรือแม้แต่ตื่นนอน จะคิดตลอดว่าจะใช้เงินที่มีอยู่อย่างไรให้เพียงพอถึงสิ้นเดือน เพราะเงินเดือนที่ได้ก็สวนทางกับค่าใช้จ่าย ปัจจุบันข้าวของก็แพงขึ้นมากตามภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น จึงทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราประสบกับภาวะเครียดเป็นอย่างมาก ผมเองก็รู้สึกได้เลยว่าเงินเดือนที่เคยใช้พอและเหลือเก็บ กลับกลายมาเป็นไม่เหลือเก็บ และแทบจะใช้ไม่พอด้วยซ้ำในบางเดือน หันไปทางไหนก็เจอแต่ของแพงหมดทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ แม้แต่น้ำมันพืชเองก็มีราคาแพง วันนี้ผมจึงนำเทคนิคที่ผมได้ทดลองปฏิบัติใช้มาระยะหนึ่งแล้ว และผลที่ได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย เพราะมันทำให้ผมสามารถจัดสรรเงินเดือนให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ เราไปดูกันเลยว่าเทคนิคที่ผมจะนำมาแบ่งปันนั้นมีอะไรบ้าง

1.การจัดสรรเงินให้เป็นสัดเป็นส่วน ข้อนี้อาจจะดูง่าย แต่จริงๆแล้วต้องอาศัยวินัยทางการเงินมหาศาลเลยทีเดียว แถมยังเป็นข้อที่สำคัญมากอีกด้วย การจัดเงินให้เป็นสัดเป็นส่วนมันเหมือนกับการที่เรามีกระเป๋าเงินหลายๆใบ และแต่ละใบมีวัตถุประสงค์ในการใช้อย่างชัดเจน หน้าที่ของเราคือแบ่งกระเป๋าให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่มีในแต่ละเดือน และเอาเงินที่มีใส่ลงไปการหารายได้เสริมในหลายรูปแบบ สำหรับข้อนี้อาจเป็นข้อที่ยากกว่าข้ออื่นๆ เพราะมันไม่ใช่การสร้างวินัยในตัวเราเองแล้ว แต่มันคือการที่ต้องทำงานซึ่งคุณอาจจะเหนื่อยมากขึ้นเป็นเท่าตัว การหารายได้เสริมเป็นสิ่งที่ดีเพราะการมีรายได้ทางเดียวถือเป็นความเสี่ยงมาก แต่ถ้าการหารายได้เสริมนั้นเป็นการรับรายได้แบบ Active income ก็หมายความว่าหากคุณจัดสรรเวลาไม่ได้ คุณอาจต้องอดหลับอดนอนเพื่อที่จะแลกมาด้วยเงินจำนวนหนึ่ง แต่ผมอยากให้ทุกท่านไม่ลืมว่าเงินที่เราหามาได้อาจต้องจ่ายเป็นค่าหมอค่ายาหมดก็ได้นะครับ หากเราเบียดบังเวลาการพักผ่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน ที่ผมพูดแบบนี้เพราะคนใกล้ตัวผมมากมายยอมที่นอนน้อยลงเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายก็อาจส่งผลต่อสุขภาพด้วย แต่สำหรับตัวผมก็หารายได้เสริมในหลายรูปแบบ ถ้าเป็นแบบ Active income ผมก็จะทำในเวลาที่ว่างจริงๆเท่านั้น เพื่อไม่ให้สมองและร่างกายทำงานหนักจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการรับจ้างเขียนรายงาน รับจ้างทำงานวิจัย ขายของออนไลน์ และอีกทางหนึ่งที่เป็นแบบ Passive income ของผมคือการรับดอกเบี้ยเงินฝาก ปันผลกองทุนรวม ปันผลหุ้น แม้แต่การรับเงินจากการเขียนบทความเองเช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้แทบไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้รับปันผลในทุกปี ยกเว้นบทความที่อาจต้องใช้แรงเขียนในตอนแรก แต่การจะมีเงินไปลงทุนได้ก็ต้องทำใน 2 ข้อแรกมาก่อน คือต้องมีเงินออมให้มาก และแบ่งไปลงทุนได้ สำหรับวิธีนี้ถือว่าก็ช่วยได้ไม่น้อยเช่นกัน แต่อย่าลืมหัวใจสำคัญว่าต้องจัดสรรเวลาให้ได้ อย่าให้สุขภาพของเราย่ำแย่
4.ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ในข้อนี้ก็ถือว่าสำคัญมากเช่นกัน เพราะการทำบัญชีรายรับรายจ่ายจะทำให้เราเห็นจุดบกพร่องการใช้เงินของเรา และทำให้เราอุดช่องโหว่นั้นได้ อย่างเช่นหากคุณเห็นว่าในต้นเดือนคุณซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นเลยอย่างรองเท้าที่คุณมีเป็น 10 คู่แล้ว ในเดือนถัดไปคุณก็จะสามารถห้ามใจไม่ให้ตัวเองซื้อได้ เพราะคุณได้เห็นข้อมูลแล้วว่าสิ่งนั้นเพิ่มรายจ่ายให้คุณโดยใช่เหตุ รวมถึงจะช่วยให้คุณรับรู้จำนวนเงินที่เหลืออยู่ด้วย ตัวผมเองจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายมาหลายเดือน ผมรู้สึกได้เลยว่าการจัดสรรเงินเดือนของผมง่ายขึ้น เพราะผมรู้ได้เลยว่าพรุ่งนี้ หรือวันถัดๆไปผมต้องใช้เงินเท่าไหร่ อีกทั้งผมยังสามารถควบคุมไม่ให้รายจ่ายสูงกว่ารายรับได้ด้วย หากพอจะมีเวลาก็ลองนำไปประยุกต์ใช้กันนะครับ

และนี่ก็เป็น 4 เทคนิคที่ผมได้นำไปประยุกต์ใช้แล้วพบว่าการจัดสรรเงินเดือนของผมมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างมาก จากเงินเดือนที่ไม่พอในแต่ละเดือน ก็ทำให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญมากๆในการจัดการการเงิน ผมมองว่าเป็นวินัยทางการเงินในตัวของเรา ซึ่งเราต้องสร้างมันขึ้นมาเอง หากเรามีวินัยทางการเงินมากพอ เราก็จะสามารถจัดสรรเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและผ่านพ้นไปได้ทุกวิกฤตการณ์ทางการเงิน ลองนำไปปรับใช้กันได้เลยนะครับ และหากใครมีข้อแนะนำอะไรสามารถแสดงความคิดเห็นไว้ได้เลยครับ
ที่มา : 4 เทคนิคจัดสรรเงินเดือนในยุคเงินเฟ้อ (trueid.net)