ธ.ก.ส. เดินหน้า ‘ชำระดีมีคืน-ลดดอกเบี้ยแก้หนี้’ ในปีบัญชี’65 ช่วยเกษตรกรแก้หนี้ครัวเรือน

ธ.ก.ส. เดินหน้าโครงการชำระดีมีคืน-ลดดอกเบี้ยแก้หนี้ ในปีบัญชี’65 ช่วยเกษตรกรแก้ไขหนี้ครัวเรือน
นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากมาตรการในแก้ไขหนี้ครัวเรือน รวมถึงช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ภัยธรรมชาติและภาวะเศรษฐกิจถดถอย ธ.ก.ส.จึงจัดตั้งคณะกรรมการบริหารหนี้ในระดับจังหวัดและสาขาเพื่อจัดทีมงานลงไปพบปะพูดคุย สอบถามปัญหากับเกษตรกรลูกค้า และวางแนวทางการเข้าไปช่วยเหลืออย่างตรงจุด ควบคู่กับการจัดโครงการชำระดีมีคืน และโครงการลดดอกเบี้ยแก้หนี้ภาคครัวเรือน ปีบัญชี 2565
นายธนารัตน์กล่าวว่า โครงการชำระดีมีคืน ปีบัญชี 2565 มุ่งเน้นให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นลูกค้าที่สามารถชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยได้ปกติหรือมีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ในปีบัญชี 2565 ที่มีหนี้คงเหลือ ณ วันที่ 30 เมษายน 2565 (ยกเว้นหนี้เงินกู้โครงการที่ได้รับชดเชยดอกเบี้ยตามนโยบายรัฐบาล) มีแรงจูงใจในการชำระหนี้ตามกำหนดเวลา โดยธนาคารจะคืนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากลูกค้าโดยตรงในวันถัดไป วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรบุคคล รับดอกเบี้ยคืนอัตรา 20% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง ไม่เกินรายละ 1,000 บาท และกลุ่มเกษตรกร นิติบุคคล กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง รับดอกเบี้ยคืนอัตรา 10% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง สะสมไม่เกิน 3,000 บาท และกรณีกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ สะสมรายละไม่เกิน 10,000 บาท
“ส่วนโครงการลดดอกเบี้ยแก้หนี้ภาคครัวเรือน 2565 มุ่งเน้นให้เกษตรกรและบุคคล กลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตรกรที่เป็นหนี้ด้อยคุณภาพ หรือหนี้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีสถานะรับรู้รายได้ดอกเบี้ยค้างรับเกณฑ์เงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 หรือลูกหนี้ที่ออกจากโครงการพักชำระหนี้โครงการต่างๆ ของรัฐบาลที่ครบกำหนด
“มีอัตราในการลดดอกเบี้ย ได้แก่ 1.ลดดอกเบี้ยไม่เกิน 50% ของดอกเบี้ยค้างชำระทั้งหมด เมื่อชำระหนี้เสร็จสิ้นเป็นรายสัญญา 2.กรณีชำระดอกเบี้ยได้เสร็จสิ้น ลดดอกเบี้ย 30% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง 3.กรณีชำระดอกเบี้ยบางส่วน ลดดอกเบี้ย 20% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง สำหรับเกษตรกรและบุคคล ในกรณีที่เป็นลูกหนี้กลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ นิติบุคคล รวมถึงกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ลดดอกเบี้ย 10% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง” ผู้จัดการ ธ.ก.ส.ระบุ
นายธนารัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ลูกค้าสามารถตรวจสอบสิทธิในการเข้าร่วมโครงการได้ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเพิ่มเติมได้ที่คอลเซ็นเตอร์ 0-2555-0555 ทั้งนี้ ระยะเวลาเข้าร่วมโครงการตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 เมื่อเกษตรกรลูกค้าชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วสามารถรับการสนับสนุนสินเชื่อใหม่เพื่อนำไปลงทุนในการประกอบอาชีพ รวมถึงการฟื้นฟูอาชีพเพื่อสร้างรายได้ตามความเหมาะสมต่อไป

