“ซื้อทองคำ” ตอนนี้ยังทันมั้ย ? – เมื่อราคาพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

"ซื้อทองคำ" ตอนนี้ยังทันมั้ย ? - เมือราคาพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

ความตึงเครียดระหว่าง “รัสเซีย-ยูเครน” ส่งให้ราคาทองคำแท่งพุ่งขึ้นไปทำราคาสูงสุดใหม่ที่แถว ๆ 32,000 บาท ณ วันที่ 9 มี.ค. 2565 จนหลายคนหลังไมค์มาถามพี่ทุยว่า ราคาทองคำจะขึ้นสูงกว่านี้อีกมั้ย และถ้าจะ “ซื้อทองคำ” ตอนนี้ ยังทันที่จะทำกำไรมั้ย

ก่อนหน้านั้นมีเพียงครั้งเดียวที่ราคาทองคำแท่งยืนเหนือระดับ 30,000 บาท ต้องย้อนไปเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2563 ราคาทองคำแท่งอยู่ที่ 30,300 บาท และกลับตัวเป็นขาลงมาตลอดจนแตะราคาต่ำสุดในวันที่ 6 มี.ค. 2564 ที่ 24,650 บาท

แม้จากนั้นราคาทองในตลาดโลกเคลื่อนไหวในกรอบแทบไม่เปลี่ยนแปลง แต่ราคาทองคำแท่งหน้าร้านทองกลับทยอยปรับตัวขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ นั่นเพราะค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์จากเศรษฐกิจไทยไม่มีความน่าสนใจดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศ

เมื่อพูดถึงราคาสูงสุดใหม่แล้ว เหตุการณ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับราคาสูงสุดในลักษณะนี้น่ามีนักลงทุนทองคำแท่งหลายคนจดจำได้ดี ย้อนไปเมื่อปี 2554 เกิดปรากฎการณ์ผู้คนแห่ซื้อทองคำกันแน่นร้านทองท่ามกลางกระแสข่าวโหมกระหน่ำว่าราคาทองคำจะไปถึง 30,000 บาท แต่แล้วราคาก็หักหัวลงหลังตลาดเลิกกังวล และหลายท่านก็ต้องติดดอยที่ช่วง 25,000 – 27,000 บาท กว่าจะหลุดดอยต้องรอคอยอีก 10 ปีต่อมา

เหตุผลที่ขับเคลื่อนราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อตอนปี 2554 เพราะเงินดอลลาร์อ่อนค่าภายหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ใช้นโยบาย QE รอบที่ 2 นักลงทุนจึงกังวลว่าเงินดอลลาร์จะถูกพิมพ์ออกมามากจนกลายเป็นเพียงแค่กระดาษ

จะเห็นว่ามีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ พี่ทุยพาไปเจาะลึกปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ และมาดูกันว่าทองคำยังสามารถลงทุนได้หรือไม่?

อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield)

คำนวณจากการเอาอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ลบกับความคาดหวังอัตราเงินเฟ้อของตลาด (Breakeven Inflation) ผลสุดท้ายแล้วถ้า Real Yield มีค่าเป็นบวกหมายความว่าพันธบัตรให้ผลตอบแทนมากกว่าเงินเฟ้อ แต่ถ้าเป็นลบก็แสดงว่าพันธบัตรให้ผลตอบแทนน้อยกว่าเงินเฟ้อ

ทั้งทองคำและพันธบัตรต่างเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Save Haven) คือเอาไว้หลบภัยเมื่อตลาดการเงิน แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่าง 2 สินทรัพย์นี้ คือ ความสามารถในการจ่ายกระแสเงินสด

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ Bond Yield สูงกว่า Breakeven Inflation ส่งผลให้ Real Yield มีแนวโน้มเป็นบวกมากขึ้น นักลงทุนก็จะเลือกซื้อพันธบัตรเพื่อรับ Yield ที่สูงขึ้น ราคาทองคำที่ไม่มีการจ่ายกระแสเงินสดก็จะโดนกดดัน

ในทางกลับกันถ้า Bond Yield ต่ำกว่า Breakeven Inflation ส่งผลให้ Real Yield ลดลงหรืออาจติดลบ นักลงทุนก็จะเลือกลงทุนทองคำ

สรุปว่า ราคาทองคำวิ่งสวนทางกับ Real Yield

ตัวอย่างปัจจัยด้าน Real Yield มีผลต่อราคาทองคำเกิดขึ้นช่วงกลางปี 2563 ภายหลัง COVID ระบาด นักลงทุนคาดว่าเงินเฟ้อจะเริ่มกลับมาเมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวส่งให้ Breakeven Inflation เพิ่มขึ้น ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่แตะระดับ 0% มีผลให้ Bond Yield ไม่ขยับไปไหนมากนัก Real Yield จึงมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ราคาทองคำจึงปรับตัวขึ้นจนทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-time high)

หลังจากนั้นกระแสการขึ้นดอกเบี้ยก็แพร่สะบัดในหมู่นักลงทุนส่งผลให้ Bond Yield เพิ่มขึ้น ส่วน Breakeven Inflation ที่เพิ่มขึ้นมาก่อนหน้าแล้วก็ทรงตัว Real Yield จึงเพิ่มขึ้น ราคาทองคำก็เลยปรับตัวลง

ค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index) มีผลต่อการ “ซื้อทองคำ”

เงินดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักที่ถูกใช้ในการค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน เหล็ก ทองแดง กาแฟ รวมไปถึงทองคำ มองในอีกมุมหนึ่งนั่นหมายความว่าเงินดอลลาร์เป็นต้นทุนของการซื้อทองคำไปด้วย ถ้าเงินดอลลาร์แข็งค่า ต้นทุนการซื้อทองคำก็เพิ่มขึ้น ในทางกลับกันเมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่า ต้นทุนการซื้อทองคำก็ลดลง ราคาทองคำจึงเพิ่มขึ้นเมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่า และโดนกดดันเมื่อเงินดอลลาร์แข็งค่า

 

ตัวอย่างอิทธิพลของค่าเงินดอลลาร์ต่อราคาทองคำที่ชัดเจนที่สุด ย้อนไปเมื่อไตรมาสที่ 2-3 ปี 2561 เมื่อดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index) ขึ้นมา 8% จาก 90 จุด ไปที่ 96 จุด ส่งให้ราคาทองคำร่วงจาก 1,350 ดอลลาร์ มาที่ 1,170 ดอลลาร์

วิกฤติการเงิน สงคราม และความกังวล

เมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด สงคราม ความตึงเครียด หรือวิกฤติการเงินเกิดขึ้น นักลงทุนจะนำเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงและเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำในทันที ส่งผลให้อิทธิพลจากทั้ง Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้หายไปทันที เหตุการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนเป็นหลักฐานชั้นเยี่ยมที่เห็นอย่างชัดเจน

ส่วนนักลงทุนท่านใดที่ซื้อทองคำแท่งในสกุลเงินบาทก็ต้องติดตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทกับดอลลาร์ด้วยเช่นกัน โดยจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์เป็นผลให้เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ส่งผลดีเป็นอีกปัจจัยหนุนราคาทองคำแท่งที่ซื้อขายกันหน้าร้านทอง

“ซื้อทองคำ” ตอนนี้ทันมั้ย ? 

ซึ่งช่วงเวลานี้เงินดอลลาร์เป็นแหล่งพักพิงหลบความกังวล ส่วนเศรษฐกิจไทยและเงินเฟ้อก็ไม่ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติ เงินบาทจึงมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ส่งผลดีต่อการถือทองคำแท่งในสกุลเงินบาท เพราะเมื่อแปลงจากราคาดอลลาร์เป็นบาทก็จะได้ราคาเพิ่มขึ้นจากค่าเงินบาทที่อ่อนลง

หากพิจารณาสถานการณ์ตอนนี้ที่ไม่มีใครคาดเดาได้ พี่ทุยเลยคิดว่าปัจจัยด้านสงครามและความกังวลมีอิทธิพลต่อราคาทองคำมากที่สุด ดังนั้นก็ควรมีสัดส่วนทองคำไว้ในพอร์ตการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ต้องควบคุมสัดส่วนเพื่อจำกัดความเสี่ยงด้วยนะ เพราะถ้าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ราคาทองคำก็อาจร่วงแรงได้เช่นกัน

ที่มา : "ซื้อทองคำ" ตอนนี้ยังทันมั้ย ? - เมื่อราคาพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง - Money Buffalo

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 862
Post Date: วันที่ 11 มีนาคม 2565


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้