คู่มือ การจัดการเงินเดือน ให้เหมาะสม ฉบับเข้าใจง่าย !

เงินเดือนเท่านี้ เก็บออมเท่าไหร่ ? ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพียงแค่มี คู่มือการจัดสรรเงินเดือนที่เหมาะสม ฉบับนี้ !! นอกจากพาช้อปของถูกประหยัดเงินแล้ว ยังจะพาทุกคนไปรู้จักกับการวางแผนการเงินที่ถูกต้องด้วย ถ้าพร้อมแล้ว เปิดคู่มือไปพร้อมๆ กันเลยยย
คู่มือ การจัดการเงินเดือน ให้เหมาะสม ฉบับเข้าใจง่าย !
บริหารรายรับ - รายจ่าย

จุดเริ่มต้นของการวางแผนการเงิน คือ เราต้องมีการเคลียรายรับ - ค่าใช้จ่ายก่อน โดยการทำ บัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อที่จะดูว่าในแต่ละเดือน เราใช้เงินไปกับอะไรบ้าง แล้วเราเหลือเงินเท่าไหร่ และเพื่อดูว่าค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่เราสามารถลดและตัดออกไปได้บ้าง
ตัวอย่างการบริหารเงิน

ตัวอย่างเช่น
- เงินเดือน 20,000 บาท
- หักเป็นออมเงิน 20% 4,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายคงที่ (ค่าห้อง ค่าโทรศัพท์) 7,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายผันแปร (ค่ากิน ค่าเดินทาง) 6,000 บาท
- ยอดเงินคงเหลือ (ถ้ามี เราจะเอาไว้เปย์ตัวเอง เปย์ผู้ เปย์สาว หรือเก็บเพิ่มก็ได้ (หาความสุขให้ตัวเอง))
* สามารถปรับใช้กับเงินเดือนของเราเองได้ ตามความเหมาะสม
จัดสรรเงินออม 20%

แล้วเงินออม 4,000 บาทล่ะ จะเอาไปออมยังไงดี ?
- เมื่อวางแผนการใช้จ่ายและหนี้สินเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็จะเป็นการวางแผนการเงิน โดยยึดหลัก "สามเหลี่ยมทางการเงิน" ซึ่งเป็นแผนการเงินที่ใช้กันทั่วโลก มีทั้งหมด 3 ฐาน โดยไล่จากล่างขึ้นบน ไปทีละฐาน ดังต่อไปนี้
ฐานแรก

ฐานแรกเลย
- เมื่อเราเคลียค่าใช้จ่ายได้แล้ว เราต้องมีเงินสำรองฉุกเฉิน 3 - 6 เดือน เพราะอะไรนะหรอ? ก็เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในอนาคตอย่างเช่น เกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ตกงาน เป็นต้น
แล้วควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไหร่ถึงจะพอ ? (ปัจจัยนี้ขึ้นอยู่กับอาชีพและแหล่งรายได้ของแต่ละบุคคล)
- 3 เดือน สำหรับคนที่หางานใหม่ได้เร็ว
- 6 เดือนสำหรับคนที่อาชีพไม่แน่นอน และคนที่มีรายได้ทางเดียว สำรองไว้เหลือๆ ดีกว่าขาดจริงมั้ยครับ
ต่อจากนั้นเราต้องทำการโอนย้ายความเสี่ยง เสี่ยงในเรื่องเจ็บป่วย อบัติเหตุ ไปไว้ที่อื่น นั่นก็คือ สำรวจว่าถ้าเราเกิดเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้น เรามีสวัสดิการครอบคลุมแล้วหรือยัง? ไม่ว่าจะสวัสดิการพนักงาน ข้าราชการ หรือการซื้อประกันให้ตนเอง
ซึ่งการซื้อประกันนี้ แต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน และรพ. ที่แต่ละคนใช้บริการก็ราคาไม่เท่ากัน ฉะนั้นลองสอบถามค่ารักษาพยาบาล แล้วมาซื้อประกันให้ครอบคลุมดีกว่า
แน่นอนว่าค่ารักษาพยาบาลหลัก 2,000-5,000 บาท เฮียคงไม่กังวล แต่ที่เฮียกังวลคงหมายถึง ค่ารักษาพยาบาลหลักหมื่น แสน ล้านบาท ซึ่งเราย้ายความเสี่ยงไปไว้ที่บริษัทประกันเป็นคนจ่ายให้เราน่าจะดีกว่า
ฐานแรกสำคัญมาก มันเหมือนกับการสร้างบ้าน ถ้าเราตอกเสาเข็ม ผสมปูน เทพื้นไม่ดี โครงสร้างมันไม่แข็งแรง วันใดวันนึงบ้านเราก็ต้องพังลงมาอยู่ดี
ฐานสอง

ฐานที่สอง คือการวางแผนออมเงินแล้วว่า เราจะออมเงินเพื่ออะไร? เป้าหมายในการออมเงินของเราคืออะไร?
ตั้งเป้าหมายระยะสั้น
- อีก 5 ปีซื้อบ้าน ต้องเตรียมเงินดาวน์ เงินผ่อนเท่าไหร่
- แพลนเที่ยวยุโรปอีก 2 ปีข้างหน้า
การตั้งเป้าหมายระยะยาว
แน่นอนว่าต้องมีแผนเกษียณอยู่ในนั้นด้วย เพราะเป็นที่รู้ๆ กันว่าเมื่อเราอายุพอที่จะเกษียณแล้ว รัฐไม่ได้มีนโยบายดูแลคนแก่วัยเกษียณที่ดีมากเหมือนในตปท. ไม่มีใครอยากทำงานไปจนตาย หรือเป็นภาระให้ลูกหลานมาเลี้ยงดูจริงมั้ยครับ? "คนที่ไม่วางแผนเกษียณ ไม่มีทางได้เกษียณ" อาจจะดูแรงนะ แต่คือเรื่องจริง
ซึ่งการวางแผนเกษียณเป็นการวางแผนระยะยาว ฉะนั้นเราควรเก็บออมแบบระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันบำนาญ กองทุนรวม
ควรออมเดือนละเท่าไหร่ล่ะ?
- เกษียณอายุเท่าไหร่ (เกษียณเร็ว ต้องเตรียมเยอะ)
2. ค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ
3. ความสามารถในการลงทุน (มีมาก ก็ใช้เงินลงทุนน้อย)
4. อายุปัจจุบัน (เริ่มออมช้า ต้องออมเยอะ)
สำหรับคนที่คิดจะมีครอบครัว ก็ต้องมีการวางแผนการศึกษาให้ลูก อยากให้เจ้าตัวเล็กเรียนที่ไหน? ค่าเทอมเท่าไหร่?
เราไม่สามารถทำทุกเป้าหมายได้พร้อมกัน ยกเว้นเรามีรายได้ที่มากพอ เฮียเลยอยากแนะนำว่าทำเป้าหมายที่คิดว่าสำคัญก่อน
ฐานสาม

ฐานที่ 3 ฐานสุดท้าย
คือ การลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยมากยิ่งขึ้น อยากจะลงทุนแบบไหนได้หมดเลย อยู่ที่ความชอบ ความถนัดของแต่ละบุคคล แต่ควรศึกษาความรู้ในส่วนของการลงทุนให้ดีๆ นะ
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมถึงเอาลงทุนไว้สุดท้ายล่ะ? ในเมื่อมันให้ผลตอบแทนที่เยอะมากเลยนะ?
สมมุตินะว่าเราออมเงินค่าเรียนลูกโดยผ่านหุ้น หวังให้มันงอกเงยเร็วๆ จะได้ไม่ต้องเก็บเงินเยอะ แต่วันนึงตื่นมาแล้วพบว่า หุ้นตก เงินที่ออมให้ลูกหายไปกับตา ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก แบบนี้ลูกเราจะทำยังไงล่ะ ค้างค่าเทอมไว้หรอ ทุกคนเห็นภาพใช่มั้ย?
แต่ถ้าเราวางแผนการเงินตาม สามเหลี่ยมการเงินอย่างที่เฮียบอก ถึงแม้ว่าเงินลงทุนจะหายไป เราก็ยังใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิม ลูกมีค่าเทอม เจ็บป่วยก็ยังมีค่ารักษา ไม่เดือดร้อนใคร
การวางแผนการเงินที่ไม่ถูกต้อง

น่าเศร้ามากๆที่หลายๆคนวางแผนการเงินแบบกลับหัว คือ มีเงินปุ๊บก็เอาไปลงทุนหวังจะได้มีเงินเยอะๆ เร็วๆ
หากวันใดวันนึงเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา เราต้องหยิบเงินค่าเทอมลูก หรือเงินจากการลงทุน ซึ่งตอนนั้นยังการลงทุนอาจติดลบอยู่ มาจ่ายให้หมอ เห็นภาพมั้ยครับว่าพังแค่ไหน? เพราะฉะนั้นแล้ว เรามาวางแผนการเงินให้ถูกต้องกันดีกว่าน้า
ที่มา : คู่มือ การจัดการเงินเดือน ให้เหมาะสม ฉบับเข้าใจง่าย ! ตุลาคม 2020 - Sale Here