ทำไมต้องเลือก TOYOTA HYBRID ?

สองสามปีก่อนหน้านี้ Toyota ดูเหมือนจะยอมรับว่าการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้านั้นช้าเกินไป ทำให้บริษัทรถพลังงานสะอาดอย่าง Tesla และ BYD ทำยอดขายเบียดบี้เข้ามาใกล้ตัวเลขยอดขายของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ความเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ทำให้ Akio Toyoda ประธานบริษัท ฯ ต้องค้นหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อคงสถานะภาพของ Toyota ในการดำรงค์อยู่ Akio ส่งมอบอำนาจการบริหารให้กับคนรุ่นใหม่อย่าง Koji Sato เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า แต่แล้ว เมื่อเวลาผ่านไป จนถึงตอนนี้ Toyota ก็ยังคงใช้แผนงานเดิม โดยมุ่งไปที่การพัฒนารถยนต์ไฮบริด เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้คนทั่วโลก และมีรถยนต์ไฟฟ้าออกมาขายแค่สองรุ่นเท่านั้น (Toyota bZ4X/ Lexus RZ450e)


สำหรับการก้าวสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าของ Toyota ดูจะล่าช้าไม่ทันใจคนที่ชอบ Toyota และอยากได้รถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota มาใช้งาน ในความเป็นจริง มีตัวแปรมากมายที่ทำให้ Toyota ยังคงยึดโยงอยู่กับเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพราะยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อนที่อยากเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า แต่ไม่สามารถชาร์จไฟภายในบ้านได้ (โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น) เนื่องจากพักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ หรือคอนโดฯที่ไม่มีตู้ชาร์จ ความสะดวกในการใช้งาน จึงยังเป็นรองรถยนต์ไฮบริดที่มีระบบขับเคลื่อนผสมผสาน เน้นประหยัดเชื้อเพลิง เติมน้ำมันแล้ววิ่งต่อได้เลย เมื่อขับใช้งานเดินทางไกล ไฮบริดดูเหมือนจะสะดวกในช่วงวันหยุดยาวที่ไม่ต้องไปรอคิวชาร์จไฟ สามารถไปในพื้นที่ที่ไม่มีสถานีชาร์จได้โดยไม่ต้องกังวน แค่มีปั๊มเชื้อเพลิง ใช้เวลาเติม 3-5 นาที ก็ไปต่อได้เลย ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองของ Toyota Hybrid System 5th generation ระดับ 20-22 กิโลเมตรจต่อลิตร ทำให้รถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ของ Toyota กลับมาได้รับความนิยมอย่างล้นหลามอีกครั้งในปี 2022 ต่อเนื่อง 2023 รถไฮบริดอย่าง Prius Corolla และ Yaris รวมถึง New Camry Hybrid ทำตัวเลขส่งมอบและจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ ด้วยยอดที่สูงอย่างต่อเนื่อง!
ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมยานยนต์โลกกล่าวว่า การที่ Toyota ซะลอโครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไรผิด แต่เป็นกลยุทธ์ที่ผ่านการคาดการณ์ วางแผนอย่างรอบครอบและชาญฉลาด เพื่อให้ผู้บริโภค (ส่วนใหญ่) ได้ในสิ่งที่ต้องการ แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ปัญหาต่างๆ เช่น การไม่มีที่ชาร์จในบ้านพักอาศัย ระยะทางที่แบตเตอรี่วิ่งได้ยังไม่ไกลเท่าที่ต้องการ สถานีชาร์จไฟที่ไม่เพียงพอ หรือยังไม่ครอบคลุมกับการใช้งานทางไกล ทำให้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า ไม่สามารถเบียดแซงขึ้นหน้ารถยนต์ไฮบริดได้ในบางภูมิภาค การตัดสินใจของ Toyota โดยมุ่งไปที่การพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฮบริดให้ก้าวล้ำมากขึ้น กลับให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น Toyota ทำตัวเลยยอดขายจนสามารถเอาชนะรถยนต์ไฟฟ้าคู่แข่งได้ เมื่อปี 2023 Toyota มียอดขายรถทั่วโลกรวม 11.2 ล้านคัน มากกว่าผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์อื่นทั้งหมด และหนึ่งในสามของรถ Toyota ที่ขายออกไปเป็นรถยนต์ไฮบริด โดยมีตัวเลขยอดขายรถไฟฟ้าที่น้อยกว่า 1% ซึ่งเป็นของรถยนต์ไฟฟ้า Toyota bZ4X และ Lexus RZ450e
ระบบขับเคลื่อน Hybrid ในรถยนต์พลังงานผสม เครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ แบ่งออกเป็น 3 แบบก็คือ ระบบไฮบริดแบบอนุกรม หรือ Series Hybrid, แบบขนาน หรือ Parallel Hybrid และแบบผสม หรือ Series-Parallel Hybrid ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป
ระบบไฮบริดเสริมพลังงานแบบผสม Series-Parallel Hybrid หรือระบบไฮบริดแบบอนุกรมบวกคู่ขนานของ Toyota มีประสิทธิภาพดีขึ้นจากการพัฒนาเพื่อยกระดับแรงบิดและลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เป็นระบบขับเคลื่อนที่ควบรวมข้อดีของ Series และ Parallel เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดและเป็นระบบที่รถ Toyota ทุกรุ่นเลือกใช้ การทำงานของระบบไฮบริดในเจนเนอเรชั่นที่ 5 ขึ้นตรงกับสภาวะของการขับขี่ ไม่ว่าจะใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนแต่เพียงอย่างเดียวในช่วงสั้นๆ หรือใช้กำลังทั้งจากมอเตอร์และเครื่องยนต์ผสมผสานกันในการขับเคลื่อน ระบบนี้มอเตอร์ยังสามารถส่งกำลังไปที่เพลาขับเคลื่อนล้อหน้าแม้จะกำลังชาร์จไฟอยู่ก็ตาม หลายคนบ่นเรื่องแรงบิดขณะขับขึ้นภูเขาด้วยสัมภาระและคนโดยสารเต็มคันในรถไฮบริดรุ่นเก่า ปัจจุบัน เครื่องยนต์ไฮบริดของ Toyota มีศักยภาพมากกว่าเดิมทั้งเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 1.8 ลิตร 2.0 ลิตร โดยเฉพาะ เครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร ใน Toyota New Camry ใหม่ ที่จะเปิดตัวในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ มีแรงบิดจัดเต็มที่ทำให้การเร่งแซงปราดเปรียวกว่าเดิมมาก

