อย่าทิ้ง! น้ำมันใช้แล้ว ทำยังไงให้ได้เงิน
ข้อมูลจากวารสารสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า คุณสมบัติของน้ำมันใช้แล้วของประเทศไทย จะมีคุณลักษณะคล้ายกับน้ำมันปาล์ม ซึ่งประกอบไปด้วยไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglyceride) แต่มีคุณภาพต่ำเนื่องจากผ่านกระบวนการให้ความร้อนที่สูงและปนเปื้อนน้ำและเศษอาหาร โดยเฉพาะ ค่าความเป็นกรดที่สูง (Acid value) จากการสลายตัวของไตรกลีเซอร์ไรด์เป็นกรดไขมันอิสระ (Free fatty acid) จากกระบวนการสลายตัวด้วยน้ำ (Hydrolysis) จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีการปรับปรุงคุณภาพของน้ำมันพืชใช้แล้วก่อนน้ำไปแปรรูปสำหรับบางกระบวนการ เช่น การผลิตไบโอดีเซล เนื่องจากคุณสมบัติที่ไม่ละลายน้ำของน้ำมันใช้แล้ว สามารถก่อให้เกิดปัญหามากมาย หากไม่มีการจัดการที่ถูกต้อง โดยส่วนใหญ่แล้วภาคครัวเรือนอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการของเสียกลุ่มนี้มากเท่าที่ควร โดยจะนำไปเทรวมกับขยะมูลฝอย หรือเททิ้งลงท่อระบายน้ำที่ไม่ได้ติดตั้งบ่อ/ถังดักไขมัน

รู้หรือไม่? น้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว หากนำกลับมาปรุงอาหารซ้ำ ๆ สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว อาทิ การเพิ่มสารก่อมะเร็งให้กับร่างกาย เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิด LDL รวมถึงเป็นสาเหตุของโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ นอกจากนี้ หากทิ้งน้ำมันดังกล่าวลงสู่ธรรมชาติยังสามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ชี้ว่า หากน้ำใช้แล้วจากครัวเรือนรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำ น้ำมันจะลอยอยู่เหนือผิวน้ำและขัดขวางการถ่ายเทออกซิเจนระหว่างอากาศและน้ำ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการหายใจของสัตว์น้ำ อีกทั้งยังปิดกั้นแสงสว่างที่ส่องลงสู่ผิวน้ำทำให้มีผลกระทบต่อการสังเคราะห์แสงของพืชใต้น้ำ รวมถึงส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำบริเวณที่มีการปนเปื้อนต่ำลง เนื่องจากถูกแบคทีเรียใช้ในขบวนการย่อยสลายน้ำมันดังกล่าว โดยสิ่งที่ตามมาคือกลิ่นเหม็นจากขบวนการการย่อยสลายจนเกิดเป็นน้ำเสียอีกด้วย
Sustainable Daily แชร์ไอเดีย การจัดการกับน้ำมันใช้แล้วด้วยวิธีง่าย ๆ สามารถทำได้สะดวก ทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้กับทุกครัวเรือน โดยเริ่มต้นจาก 1. หลีกเลี่ยงการเทลงท่อหรืออ่างล้างจาน เนื่องจากน้ำมันที่ไปเกาะตามผนังท่อจะทำให้เหนียวหนืด ส่งผลให้ท่ออุดตัน 2. นำไปขายต่อให้ร้านรับซื้อของเก่าหรือรถรับซื้อของเก่าที่รับซื้อน้ำมันใช้แล้ว โดยราคารับซื้อจะอยู่ที่ประมาณ 10-20 บาทต่อกก. หรือ 300-500 บาทต่อปี๊บ และ 3. นำมาทำสบู่ซักผ้าขาว จากน้ำมันเก่า

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีวิธีที่คุ้มค่า แถมยังสร้างรายได้ ร่วมสร้างโลกยั่งยืน ส่งต่อสุขภาพดี ผ่านโครงการ “ทอดไม่ทิ้ง” ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
1) รอให้น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเย็นก่อนแล้วจึงเทใส่ภาชนะจัดเก็บ
2) กรองกากอาหารและเศษผงจากการทอด โดยใช้ที่กรองให้เหลือแต่น้ำมัน
3) นำน้ำมันบรรจุใส่ภาชนะที่สะอาด
4) นำมาขายที่สถานีบริการบางจากหรือจุดรับซื้อที่ร่วมโครงการ โดยราคารับซื้ออยู่ที่ลิตรละ 20 บาท (ราคาอาจมีการปรับขึ้นลงตามกลไกตลาดน้ำมันพืช) *
รายชื่อและพิกัด สถานีบริการบางจากที่ร่วมโครงการ https://www.bangchak.co.th/en/newsroom/bangchak-news/1151/
สถานีบริการน้ำมันบางจากที่เข้าร่วมโครงการทอดไม่ทิ้ง และ
5) หากไม่อยากขาย ให้รวบรวมและแยกให้รถขยะ โดยเขียนป้ายแปะลงบนภาชนะว่า ‘น้ำมันเก่า’ เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปขายต่อได้
อนึ่ง โครงการ ‘ทอดไม่ทิ้ง’ โดยบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด รณรงค์ให้ประชาชน ‘ไม่ทิ้งน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว’ สู่พื้นที่สาธารณะ ป้องกันปัญหาจากการทิ้งของเสียอย่างไม่ถูกวิธีที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ‘ไม่ทอดซ้ำ’ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ จากการเสื่อมสภาพของน้ำมันและเปลี่ยนเป็นสารประกอบที่อันตรายต่อร่างกายมนุษย์ และ นำเอาน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมาขายที่สถานีบริการบางจากหรือจุดรับซื้อที่บริษัทฯ กำหนด เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเครื่องบินหรือเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ที่นอกจากจะช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้แล้ว ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ครัวเรือน ถือเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ทั้ง Bio-Circular-Green Economy เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว ได้อย่างครบวงจรอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก บมจ.บางจาก
ที่มา : อย่าทิ้ง! น้ำมันใช้แล้ว ทำยังไงให้ได้เงิน | เดลินิวส์ (dailynews.co.th)