เปิดโครงสร้าง "ราคาน้ำมัน" ในประเทศไทยทุก 1 ลิตร แยกตามส่วนประกอบต้นทุน

เปิดโครงสร้าง "ราคาน้ำมัน" ในประเทศไทยทุก 1 ลิตร แยกตามส่วนประกอบต้นทุน เช็คเลยที่นี่มีคำตอบ ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ให้แล้ว หลังพีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาค เตรียมดึงอำนาจภาษีคืนจากกระทรวงการคลัง
โครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศไทยประกอบด้วยอะไรบ้าง กำลังเป็นคำถามที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่นายพีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประกาศว่า จะมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อนำอำนาจในการเก็บเพดานภาษีมาอยู่ที่กระทรวงพลังงาน
โดยนายพีระพันธุ์ ระบุว่า การออกกฎหมายเมื่อปี 2562 ไปตัดอำนาจกำหนดเพดานภาษีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ออกเหลือแต่การเงินอย่างเดียว ดังนั้นตัวเลขของกองทุนน้ำมันฯ ที่เป็นหนี้จำนวนมากหรือติดลบตั้งแต่ปี 2562
จากเดิมที่ก่อนปี 2562 ใช้คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2547 มาโดยตลอด ซึ่งในคำสั่งนี้ให้อำนาจกองทุนน้ำมันฯ ดูแลตรึงราคาหรือรักษาระดับราคาน้ำมัน คือทำได้ 2 ขา
ขาหนึ่งคือ ใช้เงินในกองทุนน้ำมันฯ ส่วนอีกขาหนึ่งให้อำนาจในการกำหนดกำหนดเพดานภาษี ซึ่งกองทุนน้ำมันฯ มีอำนาจกำหนดเพดานภาษี
แต่ไม่มีอำนาจในการเก็บภาษี ดังนั้นก็สามารถใช้ 2 ขานี้ในการตรึงราคาหรือช่วยดูแลประชาชนได้นอกจากใช้เงินอย่างเดียว โดยใช้เพดานภาษีมาเป็นตัวควบคุมได้ด้วย
เมื่อกระทรวงพลังงานกำหนดเพดานภาษี แต่คนเก็บคือกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของ "ฐานเศรษฐกิจ" เกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศไทย พบว่า
จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน พบว่า ในน้ำมันทุก 1 ลิตรนั้น จะประกอบด้วย
ต้นทุนเนื้อน้ำมัน ( 40 –60%) คือ ต้นทุนราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงกลั่น ซึ่งอ้างอิงราคาตามตลาดกลางภูมิภาคเอเชีย
ภาษีต่างๆ ( 30 –40%) ได้แก่ ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล และภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อนำมาใช้เป็นงบประมาณในการพัฒนาประเทศ และบำรุงท้องถิ่น โดยภาษีที่จัดเก็บ ได้แก่
- ภาษีสรรพสามิต : จัดเก็บโดยกระทรวงการคลัง ตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต นำมาใช้เพื่อพัฒนาประเทศ
- ภาษีเทศบาล : จัดเก็บโดยกระทรวงการคลัง ในอัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิต ตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต มาตรา 150 และจัดส่งให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม : จัดเก็บ 7% ของราคาขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และจัดเก็บอีก 7% ของค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด
กองทุนต่างๆ (5 –20%) เช่น
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง : จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่ให้เกิดความผันผวน
กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน : จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน
ค่าการตลาด (10 –18%) คือ ส่วนที่เป็นต้นทุน ค่าใช้จ่าย และกำไรของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดการคลังน้ำมัน การขนส่งน้ำมันมายังสถานีบริการ รวมถึงการให้บริการของสถานีบริการที่เติมน้ำมันแต่ละลิตรให้กับประชาชน

ส่วนประกอบดังกล่าวทั้งหมดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการปรับขึ้นและลงราคาน้ำมันภายในประเทศ
สำหรับสถานะสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2567) ติดลบอยู่ที่กว่า 109,156 ล้านบาท แบ่งเป็น
- บัญชีน้ำมันติดลบ 61,640 ล้านบาท
- บัญชี LPG ติดลบ 47,547 ล้านบาท
ด้านราคาน้ำมันขายปลีกล่าสุดทุกชนิดน้ำมัน ได้แก่
กลุ่มน้ำมันเบนซิน
- เบนซิน ออกเทน 95 ลิตรละ 46.84 บาท
- ซุบเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.14 บาท (โออาร์)
- แก๊สโซฮอล์ 97 ลิตรละ 49.84 บาท (บางจาก)
- แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 38.95 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 38.38 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 36.84 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 36.59 บาท
กลุ่มน้ำมันดีเซล
- ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล B7 ลิตรละ 42.94 บาท (โออาร์)
- ดีเซล B7 ลิตรละ 31.44 บาท (โออาร์)
- ดีเซล ลิตรละ 31.44 บาท (โออาร์)
- ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
- ไฮดีเซล S B7 ลิตรละ 31.44 บาท (บางจาก)
- ไฮดีเซล S B20 ลิตรละ 31.44 บาท (บางจาก)
ที่มา : เปิดโครงสร้าง "ราคาน้ำมัน" ในประเทศไทยทุก 1 ลิตร แยกตามส่วนประกอบต้นทุน (thansettakij.com)
