โช๊ครถยนต์ กี่ปีเปลี่ยน ควรอัปเกรดโช๊คเดิมหรือไม่

โช๊ครถยนต์ เป็นหนึ่งส่วนหนึ่งของช่วงล่างที่ส่งผลต่อรถที่เราขับมากที่สุดเลยก็ว่าได้ แล้วโช๊ครถยนต์ มีอายุเท่าไหร่ กี่ปีถึงเปลี่ยน หรือ ควรอัปเกรดโช๊คเดิมหรือไม่ มาหาคำตอบกัน

โช๊ครถยนต์ มีหน้าที่อะไร

โช๊ครถยนต์ มีหน้าที่อะไร

โช๊ครถยนต์ หรือ โช๊คอัพ (Shock Absorber) เป็นอุปกรณ์หนึ่งในระบบช่วงล่างที่ช่วยในการรองรับแรงกระแทก มีหน้าที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของรถยนต์ขณะขับขี่ ทำหน้าที่หน่วงการเคลื่อนที่ของตัวถังเพื่อให้ล้อสัมผัสกับพื้นผิวถนนตลอดเวลาทำให้เกิดความนุ่มนวลขณะขับขี่และช่วยลดการโคลงของตัวรถ ทำให้รถทรงตัวได้ดีและเกาะถนนในขณะเข้าโค้ง

shock-absorber

การทำงานของโช๊ครถยนต์คือส่วนบริเวณด้านบนของโช๊คจะเชื่อมต่อกับลูกสูบที่อยู่ในกระบอกที่มีน้ำมันไฮดรอลิคอยู่ข้างใน เมื่อเราขับขี่บนถนนที่ขรุขระสปริงและแหนบจะเกิดการหดตัวและขยายตัวเพื่อซับแรง

แรงที่เกิดจากการหดและขยายตัวจะถูกส่งต่อไปที่โช๊คทำให้ลูกสูบโช๊คเคลื่อนที่ขึ้นลงภายในกระบอกตามแรงที่ได้รับ การเคลื่อนที่ของลูกสูบในกระบอกโช๊คที่มีน้ำมันไฮโดรลิกอยู่และตัวสปริงจะทำหน้าที่เป็นตัวซับแรงสั่นสะเทือน

โช๊ครถยนต์มีอายุกี่ปี

โช๊ครถยนต์มีอายุกี่ปี

โช๊ครถยนต์เป็นส่วนที่ช่วยรองรับแรงกระแทกและเเรงสั่นสะเทือนจากการขับขี่โดยตรง เพราะฉะนั้นการรองรับแรงอย่างต่อเนื่องก็สามารถทำให้โช๊ครถยนต์เสื่อมสภาพได้เช่นกัน โดยเฉพาะกับการที่เราขับรถทุกวันหรือขับในสภาพพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ

โดยทั่วไปโช๊ครถยนต์จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 3 ปี หรือราวๆ 50,000-100,000 กม. แต่นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่ตายตัว อายุการใช้งานจะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับลักษณะการขับขี่ต้องแต่ละคนด้วย เพราะฉะนั้นเราควรเช็คสภาพโช๊คและช่วงล่างอย่างสม่ำเสมอ

ข้อสังเกตว่าเราควรเปลี่ยนโช้คอัพแล้วหรือเปล่า ให้เราสังเกตจากรูปทรงของโช๊คก่อนเป็นอันดับแรกว่าความคดงอผิดปกติบริเวณแกนโช๊คหรือเปล่า หรือมีรอยน้ำมันรั่วซึมเป็นคราบบริเวณกระบอกโช๊คหรือไม่ ถ้ายังไม่มีอาการเหล้านี้ก็อาจใช้งานต่อได้ แต่อาจต้องเช็คจุดอื่นเพิ่มเช่นยางเบ้าโช๊คเป็นต้น

โช๊ครถยนต์มีแบบไหนบ้าง

โช๊ครถยนต์มีแบบไหนบ้าง

โช๊ครถยนต์จะแบ่งตามโครงสร้างของกระบอกโช๊ค โดยจะแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ โช๊คกระบอกเดี่ยว (Mono Tube) และ โช๊คกระบอกคู่ (Twin Tube)

โช๊คแบบ Mono Tube ตัวโช๊คจะใช้การทำงานของน้ำมัน แก๊ส และ วาล์วลูกสูบ การทำงานทั้งหมดจะอยู่ในกระบอกเดียว ตัวห้องน้ำมันและแก๊สจะถูกแยกกันโดยลูกสูบ ส่วนห้องที่บรรจุน้ำมันจะอยู่ด้านบน ห้องที่บรรจุแก๊สจะอยู่ด้านล่าง

เมื่อโช๊คมีการยุบตัวลูกสูบจะดันน้ำมันลงมาเกิดเป็นแรงดันจากตัวห้องแก๊สที่อยู่ด้านล่าง เมื่อเกิดแรงดันที่มากเกินไปในห้องแก๊สด้านล่างแรงดันนั้นจะดันลูกสูบให้กลับขึ้นไปอยู่ที่ตำแหน่งเดิมเพื่อสร้างแรงหนืดให้กับรถยนต์

โช๊ค Mono Tube จะมีการระบายความร้อนจากภายในได้ดีกว่าเพราะมีกระบอกเพียงชั้นเดียวจึงสามารถสร้างแรงหนืดได้ดีกว่าและสามารถใช้ได้ดีกับรถที่ใช้งานหนัก แต่ข้อเสียคือจะมีความกระด้างมากกว่า เนื่องจากแรงดันแก๊สภายในกระบอกค่อนข้างสูงและอาจเกิดความเสียหายจากภายนอกได้ง่ายเนื่องจากเป็นโครงสร้างชั้นเดียว โช๊คแบบนี้เลยเหมาะกับรถยนต์ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่

โช๊ครถยนต์มีแบบไหนบ้าง

โช๊คแบบ Twin Tube ตัวโช๊คจะประกอบด้วยกระบอก 2 ชั้นซ้อนกัน ซึ่งห้องด้านในจะเป็นลูกสูบที่มีน้ำมันอยู่ ห้องด้านนอกจะเป็นแก๊สไนโตรเจน ตัวลูกสูบจะเคลื่อนที่ขึ้นลงภายในกระบอกสูบชั้นในเท่านั้น

เมื่อโช๊คเคลื่อนที่ขึ้นลงตามการเคลื่อนที่ของล้อตัวลูกสูบจะดันน้ำมันขึ้นและไหลผ่านผ่านทางเบสวาล์ว เข้าออกไปห้องแก๊สด้านนอก จึงเกิดเป็นความหนืดเพื่อช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของรถยนต์ 

โช๊คระบบนี้จะให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ที่สูงมาก และยังมีข้อดีตรงที่มันเกิดความเสียหายจากภายนอกได้ยากกว่า ราคาก็ถูกกว่าเมื่อเทียบกับแบบ Mono Tube โช๊คอัพแบบนี้จึงเหมาะกับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์ที่เราใช้ขับขี่ทั่วไป

โช๊ครถยนต์เสีย จะเป็นยังไง?

โช๊ครถยนต์เสีย จะเป็นยังไง?

แน่นอนว่าโช๊ครถยนต์มีอายุการใช้งานเหมือนกับทุกชิ้นส่วนของรถยนต์ แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่า โช๊คของเรานั้นเสื่อมสภาพหรือถึงจุดที่ควรเปลี่ยนได้แล้วแม้จะยังไม่ถึงระยะที่กำหนดก็ตาม เรามีวิธีสังเกตง่ายๆ มาให้ทุกคน แต่ต้องบอกว่ามันค่อนข้างต้องใช้ความรู้สึกในการสัมผัสพอสมควร โดยจะมีวิธีดังนี้

  • ตอนที่เราขับรถจะมีอาการสั่นสะเทือนหรือกระเด้งกระดอนมากเกินไป
  • เมื่อเหยียบเบรกหน้ารถเอียงลงมากผิดปกติโดยเฉพาะเมื่อตอนเหยียบเพื่อหยุดรถ
  • รถมีอาการโยกเอนผิดปกติเมื่อเลี้ยวเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน
  • การตอบสนองของพวงมาลัยไม่ดีเหมืนเดิมหรือได้ยินเสียงดังผิดปกติเมื่อบังคับเลี้ยว
  • เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงจะรู้สึกไม่มั่นคงหรือรู้สึกว่ารถไม่เกาะถนน

ทั้งนี้อาการเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องใช้ความรู้สึกและความคุ้นชินกับรถยนต์ที่เราขับขี่ในทุกๆ วันพอสมควร เนื่องจากว่ารถยนต์แต่ละรุ่นแต่ละคันมีการปรับเซ็ทช่วงล่างที่ต่างกัน เราจึงไม่สามารถเอาความรู้สึกของรถอีกคันมาเทียบกับอีกคันได้ ต้องใช้ความคุ้นชินกับรถยนต์ของเราพอสมควรครับ แต่เบื้องต้นการสังเกตจะทำได้ตามที่เรากล่าวมาเลย

ควรอัปเกรดโช๊คเดิมหรือไม่

ควรอัปเกรดโช๊คเดิมหรือไม่

ถ้าหากถามว่าเราควรอัปเกรดโช๊คเดิมหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ามันแล้วแต่ความชอบและความจำเป็นของแต่ละคน ส่วนตัวแล้วผมมองว่า ถ้าคุณต้องการฟิลลิ่งในการขับขี่ที่ดีขึ้นก็สามารถอัปเกรดได้เลย แต่ถ้าคุณไม่ได้ซีเรียสอะไรซื้อรถมาใช้งานและพึงพอใจกับความรู้สึกที่ได้จากช่วงล่างเดิมแล้วก็ไม่จำเป็นต้องอัปเกรดครับ

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีบางกรณีที่เราควรอัปเกรดเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้า Neta V รถยนต์ไฟฟ้าคันเล็กยอดนิยมของใครหลายๆ คน ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจริงๆ แล้วช่วงล่างดีเป็นทุนเดิม แต่ทว่าตัวโช๊ครถยนต์นั้นกลับนุ่มแบบที่ว่าเอามือแตะๆ กดๆ หลังรถก็เด้งเป็นลูกเทนนิส

ควรอัปเกรดโช๊คเดิมหรือไม่

ด้วยตัวโช๊คที่มีความนุ่มมากเกินไปแบบนี้มันก็ส่งผลให้ Neta V ที่เป็นรถ Crossover ยกสูงขนาดเล็กๆ มีความย้วยโยนเวลาเข้าโค้ง หรือเวลาที่ขับเร็วๆ ขึ้นเนินหรือลงเนินแรงๆ มันก็ยวบยาบและเด้งมากๆ เรียกได้ว่าผู้โดยสารตอนหลังอาจจะเวียนหัวเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่ามันส่งผลกระทบต่อการควบคุมรถของผู้ขับขี่

ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Neta V จึงมีการแนะนำและบอกต่อกันว่าให้เปลี่ยนโช๊ครถยนต์ ซึ่งผลที่ได้อกมาก็คือมันดีขึ้นอย่างกันได้รถคนละคันเลย นั่นแหละครับคือข้อดีของการอัปเกรดโช๊ครถยนต์

แต่ผมก็ยังย้ำคำเดิม่า โช๊ครถยนต์ เราจะอัปเกรด หรือ ไม่อัปเกรด ก็ได้เพราะมันขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละคน แต่ที่แน่ๆ เลยก็คือ ถ้าอัปเกรดคุณจะสามารถเลือกฟิลลิ่งและความรู้สึกในการขับขี่ที่คุณชื่นชอบได้ครับ

ที่มา : โช๊ครถยนต์ กี่ปีเปลี่ยน ควรอัปเกรดโช๊คเดิมหรือไม่ - เรื่องเด่น | One2car

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 192
Post Date: 21 Feb 2024


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้