ครม.เคาะเกณฑ์ใหม่! เมาแล้วขับ ขัดขืนเป่า “วัดแอลกอฮอล์” สันนิษฐานว่าผิด

ครม. ได้อนุมติหลักการร่างกฎกระทรวง (ฉบับที่..) พ.ศ. ... ออกตามความใน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ตามที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอ เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการในการทดสอบปริมาณแอลกอฮอล์ ครอบคลุมถึงการตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ที่ไม่สามารถทดสอบด้วยวิธีตรวจวัดจากลมหายใจได้

.
>> กำหนดวิธีตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ดังนี้ :
1) ตรวจวัดลมหายใจ
2) ตรวจจากเลือด (ต้องได้รับความยินยอม)
3) ตรวจวัดจากของเสียอย่างอื่นจากร่างกาย เช่น ปัสสาวะ
(กำหนดให้ส่งตัวผู้ขับขี่ไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด)
.
>> หน้าที่พนักงานสอบสวนและแพทย์:
กรณีผู้ขับขี่มีพฤติการณ์ที่ทำให้เชื่อว่า ได้ขับรถขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ให้พนักงานสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ได้กระทำการฝ่าฝืนฯ หรือไม่ "ได้ทุกกรณี" ตามวิธีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์
.
>> กรณีผู้ขับขี่ยินยอมให้ตรวจพิสูจน์ แต่ไม่สามารถทดสอบด้วยการวัดจากลมหายใจ ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ ดังนี้:
1. ส่งตัวผู้ขับขี่ไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และแจ้งเป็นหนังสือขอให้แพทย์ตรวจพิสูจน์ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายบุคคล ภายใน 3 ชม. หรือแจ้งด้วยวาจา วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่น จากนั้นให้พนักงานสอบสวนแจ้งเป็นหนังสือ ภายใน 24 ชม.
2. ให้แพทย์เก็บตัวอย่างจากเลือด ปัสสาวะ หรือของเสียอย่างอื่น และให้ออกหลักฐานเป็นหนังสือแสดงผลการตรวจพิสูจน์โดยเร็ว
3. ให้สันนิษฐานว่า ผู้ขับขี่ที่ไม่ยอมให้แพทย์ตรวจพิสูจน์โดยไม่มีเหตุอันควรนั้น มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ให้แพทย์บันทึกการไม่ยินยอมนั้นและแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป (เดิมเจ้าพนักงานฯ ไม่มีอำนาจในการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์บางกรณี)

 title

ที่มา : ครม.เคาะเกณฑ์ใหม่! เมาแล้วขับ ขัดขืนเป่า “วัดแอลกอฮอล์” สันนิษฐานว่าผิด (thaigov.go.th)

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 179
Post Date: 01 Feb 2024


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้