รอยาว! ลดเบนซิน 2.50 บาท พลังงานหาแนวทางใหม่หลังไม่ถูกใจนายกฯ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน ได้กลับไปพิจารณาแนวทางการปรับลดราคาค่าน้ำมันเบนซิน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน เบื้องต้นจะทำให้เทียบเคียงกับการลดราคาน้ำมันดีเซล หรือลดราคาลิตรละ 2.50 บาท เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน แต่ต้องหารือกระทรวงการคลังอีกครั้ง เช่น ลดประมาณ 2.50 บาทต่อลิตร เป็นต้น แต่ตัวเลขชัดๆ ต้องหารือก่อนว่าจะทำได้เพียงใด รวมถึงวิธีการดำเนินการ เช่น ใช้กลไกของการลดภาษีสรรพสามิต หรือใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค.66 กระทรวงพลังงานเสนอแนวทางลดราคาน้ำมันเบนซิน 2 ทางเลือก และตนได้นำมารายงานให้ ครม.รับทราบ แต่แนวทางที่เสนอมายังไม่ใช่ และยังไม่ครอบคลุมการช่วยเหลือตามที่รัฐบาลตั้งใจไว้ โดยทางเลือกแรก คือ ช่วยเหลือผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เหมือนที่ทำมาแล้ว โดยรัฐต้องชดเชยให้เดือนละ 95 ล้านบาท ส่วนแนวทางเลือกที่ 2 คือ ขยายการช่วยเหลือจากกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยรัฐต้องใช้เงินเดือนละ 4,000 ล้านบาท
“ผมไม่เห็นด้วยกับ 2 ข้อเสนอ เพราะไม่เป็นไปตามนโยบายที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ว่าจะลดราคาเบนซินให้ได้ ไม่ใช่ช่วยเหลือเป็นกลุ่มๆ จึงได้บอกให้เจ้าหน้าที่กลับไปทำรายละเอียดใหม่ โดยให้เพิ่มทางเลือกที่ 3 คือ ลดราคาน้ำมันเบนซินในภาพรวมแบบน้ำมันดีเซล และจะนำมาเสนอ ครม.ต่อไป ส่วนภาระค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลจะสนับสนุนมากแค่ไหนนั้น รัฐบาลจะตัดสินใจอีกครั้ง โดยหลังจากเสนอ ครม.แล้ว ครม.ก็เห็นด้วยว่าเอาแนวทางเลือกที่ 3 คือ ลดราคาน้ำมันเบนซินทั้งระบบและจะทำให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์”
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีปัญหาโครงสร้างน้ำมันเบนซินหลายอย่าง ทั้งระเบียบ กฎหมายต่างๆ และควรต้องปรับใหม่ ส่วนค่าการตลาดนั้น ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้น 1 ชุด เพื่อศึกษาโครงสร้างค่าการตลาดน้ำมันทั้งหมดจะประชุมนัดแรกวันที่ 18 ต.ค.นี้ และจะสรุปให้ได้ใน 60-90 วัน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน ได้กลับไปพิจารณาแนวทางการปรับลดราคาค่าน้ำมันเบนซิน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน เบื้องต้นจะทำให้เทียบเคียงกับการลดราคาน้ำมันดีเซล หรือลดราคาลิตรละ 2.50 บาท เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน แต่ต้องหารือกระทรวงการคลังอีกครั้ง เช่น ลดประมาณ 2.50 บาทต่อลิตร เป็นต้น แต่ตัวเลขชัดๆ ต้องหารือก่อนว่าจะทำได้เพียงใด รวมถึงวิธีการดำเนินการ เช่น ใช้กลไกของการลดภาษีสรรพสามิต หรือใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค.66 กระทรวงพลังงานเสนอแนวทางลดราคาน้ำมันเบนซิน 2 ทางเลือก และตนได้นำมารายงานให้ ครม.รับทราบ แต่แนวทางที่เสนอมายังไม่ใช่ และยังไม่ครอบคลุมการช่วยเหลือตามที่รัฐบาลตั้งใจไว้ โดยทางเลือกแรก คือ ช่วยเหลือผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เหมือนที่ทำมาแล้ว โดยรัฐต้องชดเชยให้เดือนละ 95 ล้านบาท ส่วนแนวทางเลือกที่ 2 คือ ขยายการช่วยเหลือจากกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยรัฐต้องใช้เงินเดือนละ 4,000 ล้านบาท
“ผมไม่เห็นด้วยกับ 2 ข้อเสนอ เพราะไม่เป็นไปตามนโยบายที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ว่าจะลดราคาเบนซินให้ได้ ไม่ใช่ช่วยเหลือเป็นกลุ่มๆ จึงได้บอกให้เจ้าหน้าที่กลับไปทำรายละเอียดใหม่ โดยให้เพิ่มทางเลือกที่ 3 คือ ลดราคาน้ำมันเบนซินในภาพรวมแบบน้ำมันดีเซล และจะนำมาเสนอ ครม.ต่อไป ส่วนภาระค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลจะสนับสนุนมากแค่ไหนนั้น รัฐบาลจะตัดสินใจอีกครั้ง โดยหลังจากเสนอ ครม.แล้ว ครม.ก็เห็นด้วยว่าเอาแนวทางเลือกที่ 3 คือ ลดราคาน้ำมันเบนซินทั้งระบบและจะทำให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์”
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีปัญหาโครงสร้างน้ำมันเบนซินหลายอย่าง ทั้งระเบียบ กฎหมายต่างๆ และควรต้องปรับใหม่ ส่วนค่าการตลาดนั้น ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้น 1 ชุด เพื่อศึกษาโครงสร้างค่าการตลาดน้ำมันทั้งหมดจะประชุมนัดแรกวันที่ 18 ต.ค.นี้ และจะสรุปให้ได้ใน 60-90 วัน