เช็กประวัติทะเบียนรถ กรมขนส่ง ต้องทำยังไงบ้าง

แน่นอนว่าการซื้อรถยนต์มือสองนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ เพราะต้องดูรถให้ดีๆ เลยว่าโดนย้อมแมวบ้างมั้ย ซึ่งหนึ่งจุดสำคัญที่พลาดไปไม่ได้นั่นก็คือทะเบียนรถยนต์ปลอม หากทำการซื้อรถมือสองควรเช็กประวัติทะเบียนให้ดีๆ ว่าโดนสวมหรือไม่ แล้วหากเช็กที่กรมขนส่งต้องทำยังไงบ้าง วันนี้เรามาหาคำตอบกัน

หากใครอยากเช็กประวัติรถยนต์ ตรวจสอบป้ายทะเบียนรถปลอม โดนชนแล้วหนี ทะเบียนรถหาย รวมไปถึงเช็กประวัติรถยนต์มือสองที่กำลังจะซื้อ ก็สามารถเข้าไปยื่นคำขอทำเรื่องได้ที่ได้ที่กรมขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งทางบกในพื้นที่ แต่ผู้ที่มายื่นเรื่องนั้นจะต้องเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั้นๆ ด้วย เช่น เป็นผู้ซื้อ-ขายรถมือสอง เป็นคู่กรณีโดนชนแล้วหนี หรือเป็นบริษัทประกัน เป็นต้น

เช็กทะเบียนรถ ใช้ได้ในกรณีไหนบ้าง?

เช็กทะเบียนรถชนแล้วหนี

เมื่อเราโดนรถชนแล้วหนีหากอยากเช็กว่าใครเป็นเจ้าของรถก็สามารถตามหาชื่อเจ้าของทะเบียนรถคู่กรณีได้โดยการแจ้งความ หรือลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้องเช่น เลขทะเบียนรถ รุ่นรถ ยี่ห้อรถ รวมไปถึงวิดิโอบันทึกเหตุการณ์

เช็กทะเบียนรถอายัด

กรณีต้องการตรวจสอบทะเบียนรถถูกอายัด หรือเช็กอายัดทะเบียน เนื่องจากมีการค้างชำระค่าปรับจราจร ป้ายทะเบียนรถยนต์ซีดจาง และอื่นๆ ที่ทำให้ไม่สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ หรือต่อภาษีรถประจำปีได้ตามปกติ สามารถยื่นคำขอเช็กทะเบียนรถพร้อมกับเอกสารซื้อขายรถที่เกี่ยวข้องให้กับสำนักงานขนส่งในพื้นที่ หรือรอตรวจสอบอายัดทะเบียนรถเมื่อมาชำระภาษีรถประจำปี หรือต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้าก็ได้เช่นเดียวกัน

เช็กทะเบียนรถปลอม หรือเพื่อความแน่ใจในการซื้อรถมือสอง

เมื่อสงสัยว่ารถยนต์มือสองที่เราซื้อมานั้นโดนสวมทะเบียนหรือไม่ ก็สามารถเช็กป้ายทะเบียนปลอม เบื้องต้นได้โดยการสังเกตได้ที่อักษรย่อนูน ขส ที่มุมด้านล่างขวาว่ามีหรือไม่ ถ้ามีหมายถึงเป็นป้ายทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าหากอยากตรวจสอบประวัติเลขทะเบียนรถหรือประวัติชื่อผู้ครอบครองรถ ก็สามารถยื่นเอกสารคำร้องขอตรวจสอบได้ที่กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งในพื้นที่รถคันนั้นได้เลย

เมื่อเราเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วต้องการยื่นร้องขอดำเนินการ เอกสารที่จะต้องเตรียมไปยื่นกับเจ้าหน้าที่นั้นมีอะไรบ้าง มาดูด้างล่างนี้กันเลย


เอกสารขอตรวจสอบประวัติทะเบียนรถ กรมขนส่ง

  • บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ

  • หนังสือรับรองนิติบุคลตัวจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ (ผู้มีอำนาจต้องเซนต์รับรองด้วย)

  • สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล 1 ฉบับ

  • หนังสือนำส่งเรื่อง หรือเอกสารของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายเป็นผู้ขอตรวจสอบ 1 ฉบับ

  • สำเนาหนังสือแต่งตั้งตัวแทนบริษัทประกันภัย 1 ฉบับ (กรณีมอบให้บริษัทประกันเป็นผู้ตรวจสอบ)

  • สำเนาหนังสือแต่งตั้งทนายความ หรือใบอนุญาตทนายความ 1 ฉบับ (กรณีมอบให้ทนายความเป็นผู้ตรวจสอบ)

  • สำเนาหมายศาลหรือคำสั่งศาล 1 ฉบับ

  • ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวันตัวจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ

  • เล่มทะเบียนรถตัวจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ

  • เอกสารการซื้อขายรถตัวจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ

  • หนังสือการถอนอายัดทะเบียนตัวจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ

  • หลักฐานการรับรถคืนตัวจริงและสำเนา อย่างละ 1 ฉบับ

เมื่อทำการยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาในการตรวจสอมเอกสารทั้งหมดเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง


ค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบทะเบียนรถ เท่าไหร่?

  • ค่าคำขอ ฉบับละ 5 บาท

  • ค่ารับรองสำเนา แผ่นละ 20 บาท

  • ค่าขอค้นเอกสารรถยนต์ ครั้งละ 50 บาท

  • ค่าขอค้นเอกสารรถมอเตอร์ไซค์ ครั้งละ 10 บาท


ช่องทางการติดต่อสอบถามเกี่ยวกับทะเบียนรถ และเช็กประวัติทะเบียนรถ

  1. กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 5 (จตุจักร) โทรศัพท์ 0-2271-8888

  2. สายด่วนศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน โทรศัพท์ 1584

  3. สายด่วยศูนย์บริการประชาชน สานักปลัดสานักนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์ 1111

  4. สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย 1567

ที่มา : เช็กประวัติทะเบียนรถ กรมขนส่ง ต้องทำยังไงบ้าง - เรื่องเด่น | One2car

 

 

 

 

 

อ่านต่อ


Total View: 176
Post Date: 11 Apr 2023


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ การเข้าชมเว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าท่านยอมรับคุกกี้บนเว็บไซต์และ  นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ระบุไว้