จ่ายค่าประกันรถ “สด” หรือ “ผ่อน” แบบไหนดีกว่ากัน?

สำหรับเพื่อนๆที่ประกันรถยนต์ใกล้ถึงวันหมดอายุ และกำลังมองหาประกันที่เหมาะสมกับตนเอง ในปัจจุบันมีบริษัทประกันให้เลือกมากมาย มีทั้งแบบจ่ายสดและแบบผ่อน เพื่อคุ้มครองรถคุณและคู่กรณีหากเกิดอุบัติเหตุ การซื้อประกันภัยรถยนต์มีให้เลือกหลากหลายมีราคาตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น โดยสามารถเปรียบเทียบราคา และศึกษาข้อดีข้อเสียก่อนซื้อนะครับ เพราะทุนประกันอาจเท่ากันแต่ราคาเบี้ยต่างกัน ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าต้องการความคุ้มครองมากหรือน้อย สำหรับประเภทความคุ้มครองหลักๆ มีอยู่ดังนี้
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแต่ละประเภท
ประกันรถชั้น 1
คุ้มครอง สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม รถชนแบบไม่มีคู่กรณีโดยสามารถแจ้งเคลมประกันเพื่อซ่อมรถจากอุบัติเหตุได้ เช่น ชนฟุตบาท หรือชนเสาไฟฟ้า ความคุ้มครองตามทุนประกันที่คุณซื้อไว้
ประกันรถชั้น 2 +
คุ้มครอง สูญหาย ไฟไหม้ รถชนรถที่มีคู่กรณีเท่านั้น ความคุ้มครองตามทุนประกันที่คุณซื้อไว้
ประกันรถชั้น 3 +
คุ้มครองรถชนรถที่มีคู่กรณีเท่านั้น ความคุ้มครองตามทุนประกันที่คุณได้ซื้อไว้
ประกันรถชั้น 3
คุ้มครองรถของคู่กรณีเท่านั้น (เฉพาะเป็นฝ่ายถูก) หากคุณฝ่ายผิดต้องซ่อมรถให้คู่กรณี
ข้อดี : ของการซื้อประกันภัยรถยนต์แบบเงินสด
- รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันที่มากกว่าซื้อแบบผ่อน
- จ่ายเบี้ยครั้งเดียวจบไม่ต้องกังวลลืมจ่ายค่าประกัน
- ได้รับกรมธรรม์ตัวจริงทันที ไม่ต้องรอเหมือนการผ่อน
- ได้ของแถมในส่วนที่บริษัทประกันส่งเสริมการตลาด
ข้อดี : การซื้อประกันภัยรถยนต์แบบเงินผ่อน
- ลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว
- สามารถผ่อนผ่านบัตร 0% นาน 10 เดือน
- ไม่มีบัตรเลือกผ่อนแบบเงินสดได้ (บางบริษัทประกัน)
การซื้อประกันภัยรถยนต์ทั้งแบบเงินสด และเงินผ่อนมีความแตกต่างกัน แต่ถ้าคุณมีเงินเหลือใช้ อยากได้ส่วนลดค่าเบี้ยเยอะๆ เลือกซื้อเงินสดจะดีกว่าผ่อนครับ ส่วนคนมีงบน้อยก็ไม่ต้องกังวลใจ ซื้อแบบผ่อนก็ไม่ได้เสียหายอะไรแต่ส่วนลดของแถมอื่นๆอาจไม่ได้เท่ากับซื้อสดครับ
ที่มา : จ่ายค่าประกันรถ ”สด” หรือ “ผ่อน” แบบไหนดีกว่ากัน? (sanook.com)